และยังระบุอีกว่า ช่องว่างทางธรรมชาตินี้เองที่เป็นประตูบานใหญ่ของ "ภัยแทรกซ้อน" หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่ใช้เส้นทางนี้หลบหนี ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ขบวนการค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการขนสินค้าหนีภาษี
ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อความมั่นคงในมิติทางทหาร แต่ยังบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจในภาพรวม จนเป็นที่มาของแผนการเสนอสร้างรั้วความมั่นคงเพื่อสกัดกั้นปัญหาดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ นายปิยะศิริ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ว่า แผนการสร้างรั้วถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 เฟส โดยในระยะแรกจะดำเนินการใน เฟสที่ 1 ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่พบการกระทำผิดบ่อยครั้งที่สุด
"การสร้างรั้วเหล่านี้นอกจากจะช่วยปรับทัศนียภาพให้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการลักลอบนำคนหรือยาเสพติดข้ามแดน" เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุ
พร้อมย้ำว่าหากประเทศไทยไม่ขยับตัวดำเนินการ ทางการมาเลเซียก็จะดำเนินการสร้างรั้วในฝั่งของเขาอยู่ดี ซึ่งจะทำให้ไทยเสียโอกาสในการร่วมจัดระเบียบพื้นที่ตามแนวชายแดน
ประเด็นที่น่าตกใจและเป็น "ชนวนเหตุ" สำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งจัดระเบียบ คือเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานว่า เด็กนักเรียนชาวไทยข้ามแดนไปเรียนหนังสือตามปกติเหมือนที่เคยทำในอดีต แต่กลับถูกชุดตำรวจตระเวนชายแดนของมาเลเซียจับกุม ฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย
นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดว่า "วิถีชีวิตดั้งเดิม" กำลังปะทะกับ "ความเข้มงวดของกฎหมายสากล"
"ตอนนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ว่า การข้ามแดนแบบวิถีชาวบ้านในสมัยก่อนทำไม่ได้แล้ว มาเลเซียถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจึงต้องจัดระเบียบให้เข้าสู่ระบบสากลเพื่อคุ้มครองคนของเราเองด้วย" นายปิยะศิริ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
การสร้างรั้วความมั่นคง 6 เฟส ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ใช่เพียงเรื่องของการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของชายแดนใต้
ความท้าทายที่แท้จริงคือ ศอ.บต. จะสามารถเยียวยาและสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านที่สูญเสีย "อิสระในการข้ามแดน" ได้อย่างไร ท่ามกลางกระแสความมั่นคงที่บีบรัดเข้ามาทุกขณะ การจัดระเบียบสู่มาตรฐานสากลอาจเป็นทางออกที่เจ็บปวดในระยะสั้น แต่คือความจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยต้องไปตกเป็นผู้ต้องหาในต่างแดนเพียงเพราะความเคยชินกับวิถีชีวิตแบบเดิมๆ อีกต่อไป