เนชั่นทีวี

ข่าว

ศอ.บต. จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ

25 เม.ย. 2569

ศอ.บต. จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ

ศอ.บต.จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ ย้ำนโยบาย ‘ทำจริง’ ไม่พึ่งแค่ลมปาก มุ่งสร้าง 'ทูตวัฒนธรรม' ที่ใช้งานได้จริงบนเวทีโลก ไม่ใช่แค่จบไปพร้อมเกียรติบัตร!

“การกระทำ คือ คำพูด... ผมขอเปิดสั้นๆ ไม่ต้องเยิ่นเย้อ สิ่งที่ผมต้องการเห็นไม่ใช่การนั่งฟังบรรยาย แต่คือการลงมือปฏิบัติที่วัดผลได้จริง ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ”


นี่คือถ้อยคำเฉียบคมของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่กลายเป็นโจทย์ใหญ่และเข็มทิศสำคัญในการขับเคลื่อน “โครงการค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ” (English Olympic Camp) ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ณ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปัตตานี


การประกาศกร้าวของเลขาธิการ ศอ.บต. ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดงานค่ายเยาวชนทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณถึง “การรื้อระบบ” การทำงานเชิงรุกด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องก้าวข้ามการใช้งบประมาณแบบเดิมๆ ไปสู่การสร้าง “คน” ที่ใช้งานได้จริงบนเวทีโลก 


นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

แหล่งข่าวจาก ศอ.บต. เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของนายปิยะศิริ โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายกำแพงการเรียนรู้แบบเก่า โดยมุ่งเน้นไปที่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 100 คน จากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา และสตูล) ซึ่งถือเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีศักยภาพสูงและเป็นอนาคตของพื้นที่


หลักการที่เลขาธิการ ศอ.บต. กำชับคือ 3 เสาหลักของการพัฒนา ทักษะการสื่อสาร เลิกท่องจำจากตำรา แต่ต้องสื่อสารได้ในสถานการณ์จริง การคิดวิเคราะห์  ฝึกใช้ภาษาเพื่อแก้ปัญหาและนำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ และ ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เยาวชนต้องพร้อมต่อยอดสู่การแข่งขันด้านภาษาในระดับสากล ไม่ใช่แค่จบไปพร้อมเกียรติบัตร 


ศอ.บต. จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ

ในวันเดียวกัน นายจรัส บำรุงเสนา ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กปส.) ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจเยาวชนอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าการพัฒนาภาษาอังกฤษคือกลไกสำคัญในการยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของไทยให้สอดคล้องกับโลกศตวรรษที่ 21

 

“ท่านเลขาธิการฯ มองว่าชายแดนใต้มีจุดแข็งเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม เรามีทั้งภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาจีน หากเราเติมภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลเข้าไปอย่างเข้มข้น เยาวชนเหล่านี้จะกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ไม่ใช่แค่ในไทย แต่รวมถึงในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง” นายจรัส กล่าว


 

ศอ.บต. จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ




โครงการนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้, มหาวิทยาลัยฟาฏอนี และสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการคัดกรองและหลักสูตรตลอด 10 วัน (21–30 เมษายน 2569) จะเป็นหลักสูตรคุณภาพสูงที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล


การก้าวข้ามผ่านวาทกรรม “การศึกษาชายแดนใต้ล้าหลัง” กำลังถูกทดสอบด้วยค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษในครั้งนี้ เยาวชน 100 คนที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงนักเรียน แต่ถูกวางตัวให้เป็น “ทูตทางวัฒนธรรม” และ “แรงงานทักษะสูง” ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 


ศอ.บต. จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ  

ข้อสังเกตว่า แนวคิด “การกระทำ คือ คำพูด” ของนายปิยะศิริ จะสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาวได้หรือไม่? เพราะที่ผ่านมา โครงการค่ายเยาวชนมักถูกวิจารณ์ว่าเป็นกิจกรรมแบบ “ไฟไหม้ฟาง”


แต่ด้วยการย้ำชัดถึง “การวัดผลเชิงคุณภาพ” และการเป้าหมายที่ “เวทีโลก” ของเลขาธิการ ศอ.บต. คนปัจจุบัน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การศึกษาชายแดนใต้ไม่ต้องพึ่งพิงเพียงแค่ความสงบเรียบร้อย แต่นำหน้าไปด้วย “ปัญญา” และ “ความสามารถ” ที่คนทั้งโลกยอมรับ


นี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า เมื่อคนรุ่นใหม่ในพื้นที่พ้นจากข้อจำกัดทางภาษา พวกเขาจะกลายเป็นพลังสำคัญในการดับไฟใต้ด้วยวิถีทางแห่งการพัฒนาที่แท้จริงหรือไม่.. เราคงต้องติดตาม “ผลลัพธ์” จากเยาวชน 100 คนนี้หลังจบโครงการอย่างใกล้ชิด 


ศอ.บต. จับมือสมาพันธ์โรงเรียนเอกชน เปิดค่ายโอลิมปิกภาษาอังกฤษ