เนชั่นทีวี

ข่าว

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน

03 เม.ย. 2569

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน

เชียงใหม่ สมการไฟป่าสุดซับซ้อน "มานพ" อดีต สส. ชี้งบจำกัดช่วงวิกฤต-ขาดแผนมีส่วนร่วม เสนอจัดการป่าทั้งปี ไม่ใช่แค่ฤดูไฟ

จากกรณีที่อดีต สส. “มานพ คีรีภูวดล” ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นถึงปัญหาไฟป่า โดยระบุว่า สาเหตุหลักไม่ได้มาจากชาวบ้านอย่างที่สังคมเข้าใจ แต่เกิดจาก “ระบบงบประมาณ” ของภาครัฐ ที่มักจัดสรรงบเมื่อเกิดเหตุแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ มองว่าระบบดังกล่าวทำให้การป้องกันล่วงหน้าไม่เกิดขึ้นจริง และอาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ต้องมีไฟป่า จึงจะมีงบประมาณลงพื้นที่แก้ไข ส่งผลให้ปัญหาไฟป่าเกิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่า หากยังใช้แนวคิดและระบบเดิม ปัญหาไฟป่าจะยังคงยืดเยื้อและไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน

3 เมษายน 2569 นายมานพ คีรีภูวดล อดีต สส.ปชน. ให้สัมภาษณ์เนชั่นออนไลน์ว่า การเอางบประมาณของหลายๆ ส่วน ทั้งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งของกระทรวงมหาดไทย ท้องที่ท้องถิ่น งบประมาณก็มีส่วนหนึ่ง ในยามวิกฤตงบประมาณก็ยังจำกัดอยู่ ที่จริงไม่ใช่เพียงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แต่ยังมีหน่วยงานทางวิชาการ สถาบันวิจัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีงบประมาณเกี่ยวกับการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน เช่น เกษตรก็ไปทำเรื่องของปุ๋ย เรื่องการไถกลบ หากดูโดยรวมแล้วงบประมาณค่อนข้างเยอะ แต่ช่วงวิกฤตจะถูกจำกัดด้วยงบบางส่วน ทั้งท้องถิ่น ป่าไม้ ทำให้ในยามวิกฤตมีงบไม่เพียงพอ

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน

แต่จริงๆ งบประมาณไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะปัญหาสำคัญคือการคิดเรื่องการบริหารจัดการป่า และไฟป่า ซึ่งจุดหลักคือการบริหารจัดการร่วม พื้นที่ป่าไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ในแง่ของกฎหมายจะเป็นของกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ตาม พ.ร.บ. แต่ขณะเดียวกันก็มีกรมการปกครองอยู่ด้านในด้วย

เพราะมีขอบเขตหมู่บ้าน มีท้องถิ่น เทศบาล อบต. อยู่ตรงนั้น มีหลายองค์กรที่ใช้ทรัพยากรป่า มีประชาชนอยู่ตรงนั้น จริงๆ เป็นเรื่องของแนวคิดการบริหารจัดการที่ต้องออกแบบให้มีส่วนร่วม จะเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่นั้นมีเยอะมาก ถ้านำงบประมาณของแต่ละส่วน แต่ละหน่วยมารวมกันเพื่อที่จะไปรักษาป่า ควรจะเป็นแนวคิดที่ควรจะต้องดำเนินการไม่ใช่เพียงแค่กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ แต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นๆ และใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เป็นแอเรียเบท ใช้การมีส่วนร่วม และใช้องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ

“เรื่องที่นำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว และประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการจ้างเผานั้น ผมโพสต์ว่า ผมตื่นมาเช้านี้ผมได้รับข้อความจากคนที่อยู่หน้างาน และบอกว่าแบบนี้คือสมการไฟป่าที่ซับซ้อนและน่าคิดมาก หากแก้ไม่ตกก็จะวนที่เดิม นี่คือข้อความที่ผมพูด แต่ข้อความที่เหลือนั้นคือข้อความที่เขาส่งเข้ามา แล้วผมก็โพสต์ให้ทุกคนได้เห็นว่า คนหน้างานเขากำลังคิดอะไร เขามองอะไร แล้วเขาเสนอแนะด้วย”

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน  

ตนจับประเด็นได้คือ เราควรให้งบประมาณสนับสนุนพื้นที่และชุมชน หรือหน่วยงานที่เขาสามารถต้องการรักษาป่าให้ดี ไม่เกิดไฟป่า เราควรให้งบประมาณแบบนี้แล้วปีหน้าก็ให้อีก หรือปีนี้ไม่มีไฟป่า งบประมาณก็ต้องมาเพื่อที่จะนำไปปลูกป่า ทำฝาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ แต่หากนำตัวชี้วัดว่า ไปดับไฟกี่ครั้ง เบิกงบประมาณเท่าไหร่ มุมมองของคนที่ส่งข้อความมา เขามองว่าจะเป็นการสนับสนุนให้คนไม่รักษาป่า แต่จะใช้โอกาสนี้ไปทำในสิ่งที่ไม่ดี อันนี้เป็นข้อความของคนที่อยู่หน้างานส่งมาให้ ซึ่งผมไม่ได้พูดว่าเป็นเรื่องของการเผาป่า เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการจ้างเผาจริงหรือไม่ แต่เป็นเพียงข้อความที่คนอยู่หน้างานส่งมา ผมเป็นอดีตผู้แทนราษฎร ก็จะมีข้อมูลหลายๆ เรื่องส่งมาแบบนี้ แล้วผมก็ต้องการสื่อสารว่า ถ้ามีมุมมองแบบนี้ มีข้อเท็จจริงแบบนี้ เป็นสมการที่ซับซ้อนและน่าเป็นห่วงมาก นี่คือสิ่งที่ผมพยายามสื่อสาร

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน

สำหรับข้อเสนอแนะรัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแล ในระยะเร่งด่วน สิ่งที่ต้องทำคือการลาดตระเวนแบบมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่มีกี่ฝ่าย ทั้งปกครอง ท้องที่ท้องถิ่น รวมถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ จะต้องไปตรึงกำลังอยู่ในป่า ออกลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน แบ่งกำลังเป็นชุดไปลาดตระเวน ไปนอนในป่า เมื่อเกิดเหตุมีไฟเกิดขึ้น ชุดเล็กนี้สามารถเข้าไประงับเหตุช่วงที่เบาบางได้ หลายที่อาจจะดับไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ด้วยเหตุผลอะไร ผมเสนอให้รัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย หรือนายกรัฐมนตรี ว่าต้องมีการออกแบบการลาดตระเวนแบบมีส่วนร่วม ดึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้ามาเป็นส่วนร่วมในการลาดตระเวน แบ่งเป็นกลุ่ม 4 - 6 คน แล้วแบ่งเป็น 5 - 6 ชุด ไปตรวจลาดตระเวน จะเป็นการต้านไม่ให้คนที่มีเจตนาไม่ดีเข้าไปเผาป่า ทำให้ป่าเสียหาย 

หรือเจตนาไม่ดีให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ ก็จะไม่กล้าเข้า เพราะมีคนเฝ้าอยู่ในป่า ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรทำฝ่ายเดียว หากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นมาไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ คนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมก็จะกล่าวหาได้ว่า คนที่เข้าไปทำให้เกิดไฟไหม้ ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องออกแบบทีมเฉพาะกิจแบบมีส่วนร่วมในการลาดตระเวน ไปอยู่ในป่าช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อตรึงพื้นที่

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน

ในระยะยาวก็ยังเป็นหลักการเรื่องการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ภารกิจของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงก่อนฤดูกาล การบริหารและจัดการไฟป่าต้องจัดการทั้งหมด 12 เดือน ต้องทำทุกเดือน ช่วงไหนจะสร้างการมีส่วนร่วม มีการปลูกป่า หรือทำกิจกรรมอะไร เป็นผลต่อเนื่องทั้งหมดที่จะทำให้ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จะดีขึ้น เรื่องไฟป่าก็เป็นส่วนหนึ่ง ถ้าเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง อุทยานฯ และป่าสงวน มีกี่หมู่บ้านที่ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องอยู่ข้างใน ต้องดึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน อบต. เทศบาล ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่ดึงเฉพาะช่วงที่เกิดไฟป่า แต่ต้องดึงการบริหารป่าอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและทำแผนร่วมกัน

"มานพ" ชี้สมการไฟป่าเชียงใหม่ซับซ้อน จี้รัฐปรับงบเน้นป้องกัน