เนชั่นทีวี

ข่าว

วันวิชิต จี้สอบคุณสมบัติ จักรพงศ์ นั่งตุลาการศาล รธน.ผิดสัดส่วน

04 ก.ค. 2569 | titayu_pur

วันวิชิต จี้สอบคุณสมบัติ จักรพงศ์ นั่งตุลาการศาล รธน.ผิดสัดส่วน

วันวิชิต บุญโปร่ง ป้อง ธนพร ศรียากูล เปิดหลักฐานงานวิจัยค้าน พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เชี่ยวชาญสายสืบสวนไม่ใช่รัฐศาสตร์

วันวิชิต บุญโปร่ง ป้อง ธนพร ศรียากูล เปิดหลักฐานงานวิจัยค้าน พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เชี่ยวชาญสายสืบสวนไม่ใช่รัฐศาสตร์

KEY

POINTS

  • สว. โหวตผ่านฉลุย: ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบ 140 คะแนน ไฟเขียวให้ ศ.ดร.พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
     
  • นักวิชาการรุมค้าน: วันวิชิต บุญโปร่ง หนุน ธนพร ศรียากูล ชี้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ มาจากสายสืบสวนและกฎหมายอาญา ไม่ตรงกับโควตาผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์เดิมที่ว่างลง
     
  • งัดหลักฐานงานวิจัยมัด: เปิดชื่อวิจัย วปอ. หัวข้อ "มาตรการการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน" ตอกย้ำความเชี่ยวชาญสายสืบสวน ย้ำชัดไม่ได้สัมพันธ์กับเนื้อหารัฐประศาสนศาสตร์

4 กรกฎาคม 2569 ปมร้อนแวดวงการเมืองเมื่อ วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการชื่อดัง ออกโรงสนับสนุน ธนพร ศรียากูล คัดค้านกรณีที่ เมื่อ 23 มิ.ย. 69 วุฒิสภาประชุมลับ โหวตให้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนใหม่ โดยงัดหลักฐานงานวิจัย วปอ. แฉว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเชี่ยวชาญสายงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งถือว่าผิดฝาผิดตัว และไม่ตรงตามสัดส่วนโควตาผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ที่ว่างลง


 

หลังมติวุฒิสภาเผยแพร่ออกไป รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดังของไทย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความเหมาะสมของคุณสมบัติผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งเรื่องนี้ นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

 

เห็นด้วยกับ รศ.ดร.ธนพร อย่างยิ่ง และถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องและกล้าหาญที่สุด ที่นำความจริงมาตีแผ่ต่อสาธารณะ

 

“วันวิชิต” ขานรับ “ธนพร” ยกย่องความกล้าเปิดความจริง

 

นายวันวิชิต ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า การที่ สว. เสียงข้างมากเห็นชอบ พล.ต.ต.จักรพงศ์ เข้ามาแทนที่ในสัดส่วนเดิมที่เป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์/นิติศาสตร์” แต่ตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อ กลับมีภูมิหลังมาจากสายงานสืบสวนและกฎหมายอาญาเป็นหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ากังขา พร้อมทั้งตั้งถามไปยังสมาชิกวุฒิสภาว่า ในขณะที่โหวตให้ความเห็นชอบนั้น ได้มีการอ่านเอกสารคุณสมบัติอย่างละเอียด หรือรับฟังเสียงทักท้วงบ้างหรือไม่ 

 

 

วันวิชิต จี้สอบคุณสมบัติ จักรพงศ์ นั่งตุลาการศาล รธน.ผิดสัดส่วน

 

เจาะลึกรายละเอียดงานวิจัย วปอ. 68 หลักฐานมัดตัว “ไม่ตรงสาย”

 

ทั้งนี้ นายวันวิชิต ได้อ้างอิงถึงหลักฐานในประเด็น คือการนำหลักฐานเชิงประจักษ์ จากประสบการณ์การทำงานในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการสอบวิจัยด้านการเมืองและการบริหารจัดการภาครัฐ ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 มาเปิดเผย โดยระบุว่า จากการศึกษาเอกสารวิจัยรายบุคคลในวารสารรัฏฐาภิรักษ์ พบงานวิจัยของ พล.ต.ต.จักรพงศ์ มีชื่อหัวข้อชัดเจนว่า “มาตรการการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา” 


ซึ่ง นายวันวิชิต ได้วิเคราะห์งานวิจัยชิ้นนี้ และสรุปประเด็นเปรียบเทียบกับคุณสมบัติที่ควรจะเป็นไว้ 3 ข้อ คือ:


1. ธรรมชาติของนักวิจัย: นักศึกษา วปอ. ส่วนใหญ่ย่อมเลือกทำวิจัยในหัวข้อที่ตนเองมีความสนใจ มีความถนัด และมีความเชี่ยวชาญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว


2. ข้อจำกัดเรื่องเวลา: ด้วยกรอบระยะเวลาการทำวิจัยที่จำกัดเพียง 5-7 เดือน ทำให้นักศึกษาจำเป็นต้องเลือกเรื่องที่ตนเอง “รู้ดีที่สุด” เพื่อให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงได้ทันเวลา


3. เนื้อหาชี้เจตนา: ชื่อหัวข้อวิจัยเรื่องมาตรการการสอบสวนพยานหลักฐานนั้น “มองมุมไหนก็ไม่เกี่ยวกับรัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์” แต่เป็นการยืนยันตัวตนและความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.ต.จักรพงศ์ ได้อย่างดีที่สุด

 

จี้ถามศักดิ์ศรีชาวรัฐศาสตร์ - ชี้กรรมการสรรหาเสียงแตก 6 ต่อ 2

 

นายวันวิชิต ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาว่า ในรอบแรกมติของคณะกรรมการสรรหาไม่ได้เป็นเอกฉันท์ แต่มีคะแนนเสียงเห็นชอบเพียง 6 ต่อ 2 เสียง ซึ่งถือว่าผิดวิสัยจากปกติ ที่ผู้จะได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในสายต่างๆ มักจะได้รับคะแนนเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการสรรหาในรอบแรก

 

นายวันวิชิต ยังได้โต้แย้งข้ออ้างเรื่องวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การสอน โดยระบุว่า แม้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ จะจบปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่รายละเอียดของรายวิชาที่สอนนั้น มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาด้านรัฐประศาสนศาสตร์ไม่มากนัก และไม่ได้แสดงถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ อย่างแท้จริง

 

“You’ll Never Walk Alone” ปลุกประชาคมลุกขึ้นค้าน

 

ในช่วงท้ายของการแสดงความเห็น นายวันวิชิตได้เรียกร้องให้ประชาคม และชุมชนชาวรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ออกมาแสดงจุดยืนและคัดค้านการแต่งตั้งครั้งนี้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสายวิชาการ พร้อมทั้งให้กำลังใจ รศ.ดร.ธนพร ในฐานะแฟนฟุตบอลทีมลิเวอร์พูลเหมือนกัน ด้วยประโยค “You’ll Never Walk Alone”

 

นายวันวิชิต ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีอคติส่วนตัวต่อ พล.ต.ต.จักรพงศ์ แต่หากท่านจะสมัครในสัดส่วนของ “สายนิติศาสตร์” จะมีความชอบธรรมและตรงกับความเชี่ยวชาญมากกว่านี้ พร้อมกำชับทิ้งท้ายว่า อย่าปล่อยให้ประเด็นนี้เลือนหายไปตามกาลเวลา หรือถูกเรื่องอื่นกลบจนลืมความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรมระดับสูงของประเทศ

 

อ่านเพิ่มเติมที่ประชุม สว.มีมติเลือก ศ.ดร.พล.ต.ต.จักรพงศ์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
 

สว.ประชุมลับ ไฟเขียว “จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช” นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

 

 



 

ย้อนรอยมติสภาสูง 140 เสียง ดัน พล.ต.ต.จักรพงศ์ นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 


ปมร้อนการเมืองสะเทือนวงการนักวิชาการและตุลาการครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนตำแหน่งที่ว่างลงของ ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์

 

โดยบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อคือ ศ.ดร.พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหลังจากการประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติและความประพฤติที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร เป็นประธาน แล้วที่ประชุมได้ลงมติทางลับปรากฏว่า เห็นชอบ 140 คะแนน ไม่เห็นชอบ 17 คะแนน และงดออกเสียง 22 คะแนน ส่งผลให้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ทันที  



ศ.ดร.พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


 

ข่าวล่าสุด