วันวิชิต จี้สอบคุณสมบัติ จักรพงศ์ นั่งตุลาการศาล รธน.ผิดสัดส่วน
04 ก.ค. 2569 | titayu_pur

วันวิชิต บุญโปร่ง ป้อง ธนพร ศรียากูล เปิดหลักฐานงานวิจัยค้าน พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เชี่ยวชาญสายสืบสวนไม่ใช่รัฐศาสตร์
ข่าว
04 ก.ค. 2569 | titayu_pur

วันวิชิต บุญโปร่ง ป้อง ธนพร ศรียากูล เปิดหลักฐานงานวิจัยค้าน พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เชี่ยวชาญสายสืบสวนไม่ใช่รัฐศาสตร์
KEY
POINTS
4 กรกฎาคม 2569 ปมร้อนแวดวงการเมืองเมื่อ วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการชื่อดัง ออกโรงสนับสนุน ธนพร ศรียากูล คัดค้านกรณีที่ เมื่อ 23 มิ.ย. 69 วุฒิสภาประชุมลับ โหวตให้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนใหม่ โดยงัดหลักฐานงานวิจัย วปอ. แฉว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเชี่ยวชาญสายงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งถือว่าผิดฝาผิดตัว และไม่ตรงตามสัดส่วนโควตาผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ที่ว่างลง
หลังมติวุฒิสภาเผยแพร่ออกไป รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดังของไทย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความเหมาะสมของคุณสมบัติผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งเรื่องนี้ นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
เห็นด้วยกับ รศ.ดร.ธนพร อย่างยิ่ง และถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องและกล้าหาญที่สุด ที่นำความจริงมาตีแผ่ต่อสาธารณะ
นายวันวิชิต ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า การที่ สว. เสียงข้างมากเห็นชอบ พล.ต.ต.จักรพงศ์ เข้ามาแทนที่ในสัดส่วนเดิมที่เป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์/นิติศาสตร์” แต่ตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อ กลับมีภูมิหลังมาจากสายงานสืบสวนและกฎหมายอาญาเป็นหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ากังขา พร้อมทั้งตั้งถามไปยังสมาชิกวุฒิสภาว่า ในขณะที่โหวตให้ความเห็นชอบนั้น ได้มีการอ่านเอกสารคุณสมบัติอย่างละเอียด หรือรับฟังเสียงทักท้วงบ้างหรือไม่
ทั้งนี้ นายวันวิชิต ได้อ้างอิงถึงหลักฐานในประเด็น คือการนำหลักฐานเชิงประจักษ์ จากประสบการณ์การทำงานในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการสอบวิจัยด้านการเมืองและการบริหารจัดการภาครัฐ ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 มาเปิดเผย โดยระบุว่า จากการศึกษาเอกสารวิจัยรายบุคคลในวารสารรัฏฐาภิรักษ์ พบงานวิจัยของ พล.ต.ต.จักรพงศ์ มีชื่อหัวข้อชัดเจนว่า “มาตรการการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา”
ซึ่ง นายวันวิชิต ได้วิเคราะห์งานวิจัยชิ้นนี้ และสรุปประเด็นเปรียบเทียบกับคุณสมบัติที่ควรจะเป็นไว้ 3 ข้อ คือ:
1. ธรรมชาติของนักวิจัย: นักศึกษา วปอ. ส่วนใหญ่ย่อมเลือกทำวิจัยในหัวข้อที่ตนเองมีความสนใจ มีความถนัด และมีความเชี่ยวชาญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
2. ข้อจำกัดเรื่องเวลา: ด้วยกรอบระยะเวลาการทำวิจัยที่จำกัดเพียง 5-7 เดือน ทำให้นักศึกษาจำเป็นต้องเลือกเรื่องที่ตนเอง “รู้ดีที่สุด” เพื่อให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงได้ทันเวลา
3. เนื้อหาชี้เจตนา: ชื่อหัวข้อวิจัยเรื่องมาตรการการสอบสวนพยานหลักฐานนั้น “มองมุมไหนก็ไม่เกี่ยวกับรัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์” แต่เป็นการยืนยันตัวตนและความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.ต.จักรพงศ์ ได้อย่างดีที่สุด
นายวันวิชิต ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาว่า ในรอบแรกมติของคณะกรรมการสรรหาไม่ได้เป็นเอกฉันท์ แต่มีคะแนนเสียงเห็นชอบเพียง 6 ต่อ 2 เสียง ซึ่งถือว่าผิดวิสัยจากปกติ ที่ผู้จะได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในสายต่างๆ มักจะได้รับคะแนนเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการสรรหาในรอบแรก
นายวันวิชิต ยังได้โต้แย้งข้ออ้างเรื่องวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การสอน โดยระบุว่า แม้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ จะจบปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่รายละเอียดของรายวิชาที่สอนนั้น มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาด้านรัฐประศาสนศาสตร์ไม่มากนัก และไม่ได้แสดงถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ อย่างแท้จริง
ในช่วงท้ายของการแสดงความเห็น นายวันวิชิตได้เรียกร้องให้ประชาคม และชุมชนชาวรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ออกมาแสดงจุดยืนและคัดค้านการแต่งตั้งครั้งนี้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสายวิชาการ พร้อมทั้งให้กำลังใจ รศ.ดร.ธนพร ในฐานะแฟนฟุตบอลทีมลิเวอร์พูลเหมือนกัน ด้วยประโยค “You’ll Never Walk Alone”
นายวันวิชิต ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีอคติส่วนตัวต่อ พล.ต.ต.จักรพงศ์ แต่หากท่านจะสมัครในสัดส่วนของ “สายนิติศาสตร์” จะมีความชอบธรรมและตรงกับความเชี่ยวชาญมากกว่านี้ พร้อมกำชับทิ้งท้ายว่า อย่าปล่อยให้ประเด็นนี้เลือนหายไปตามกาลเวลา หรือถูกเรื่องอื่นกลบจนลืมความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรมระดับสูงของประเทศ
อ่านเพิ่มเติมที่ประชุม สว.มีมติเลือก ศ.ดร.พล.ต.ต.จักรพงศ์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
: สว.ประชุมลับ ไฟเขียว “จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช” นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
ปมร้อนการเมืองสะเทือนวงการนักวิชาการและตุลาการครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนตำแหน่งที่ว่างลงของ ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์
โดยบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อคือ ศ.ดร.พล.ต.ต.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหลังจากการประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติและความประพฤติที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร เป็นประธาน แล้วที่ประชุมได้ลงมติทางลับปรากฏว่า เห็นชอบ 140 คะแนน ไม่เห็นชอบ 17 คะแนน และงดออกเสียง 22 คะแนน ส่งผลให้ พล.ต.ต.จักรพงศ์ ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ทันที