“โครงการจึงมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมตั้งแต่ระดับปฐมวัย ผ่านการทำงานร่วมกันของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน โดยครูนำสื่อการเรียนรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงมาบูรณาการในแผนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของเด็ก ทั้งการรู้คุณค่าตนเอง การคิดวิเคราะห์ การจัดการอารมณ์ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น พร้อมเชื่อมโยงกับนโยบายโรงเรียนสีขาวของกระทรวงศึกษาธิการ และเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก” นายธีระ กล่าว
ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ 2,789 แห่ง ใน 36 จังหวัด โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 919 แห่ง ซึ่งในเขตภาคอีสานตอนบน มีจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม หนองบัวลำภู เลย และสกลนคร โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมจำนวน 210 แห่ง และมีแนวโน้มที่จะขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ เช่น อุดรธานี และร้อยเอ็ด
ภายในงานยังมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น 26 แห่ง พร้อมจัดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกโซนภาคอีสานตอนบน สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 16 ทีม จาก 11 จังหวัด เพื่อคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ ฝึกวินัย การทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่า
เวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนบทเรียนการพัฒนาเด็กปฐมวัย แต่ยังเป็นการเชื่อมพลังของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ในการร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชนไทย ให้มีภูมิคุ้มกันทางความคิดและทักษะชีวิต สามารถก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง และเติบโตเป็นพลังสำคัญของสังคมไทยต่อไป