นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการแล้ว ว่าให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ในเมืองได้ เพราะจะได้กระจายน้ำมันได้อย่างทั่วถึง จึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆรับลูก นอกจากนี้ทางศบก. ได้มีการประกาศว่า วันนี้จะมีการจับผิดซัพพลายเชนผู้ประกอบการน้ำมัน ทุกระดับ เพื่อหาให้ได้ว่าใครเป็นตัวก่อปัญหาที่ทำให้น้ำมันไปไม่ถึงประชาชน
วันนี้จะเกิดการจับผู้กระทำผิดเจอหรือไม่ ถ้าไม่สามารถติดตามเรื่องนี้ได้ไม่สามารถเอาผิดใครได้ นี่เป็นการส่งสัญญาณทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่วันแรก ในภาวะวิกฤตแบบนี้ปัจจัยภายนอกมีแต่รุมเร้า ถ้าปัจจัยภายในเราไม่ช่วยกันทำให้แข็งแรงให้ประชาชนเชื่อมั่น ก็น่ากังวลในเวลาที่เหลือเพราะน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น การส่งออกการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบแล้ว
นายวีระยุทธ เผยอีก วันนี้จึงต้องจับตามองว่า ศบก. จับผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ พร้อมเรียกร้อง ว่าให้มีการช่วยเหลือไปเฉพาะจุด ซึ่งการมีน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเจาะจงไปที่ชาวนา ชาวประมง น้ำมันที่ใช้ประกอบการราคาก็ขึ้น ดังนั้น การช่วยเหลือให้ตรงจุดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะกระทบไปถึงราคาสินค้า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสัปดาห์หน้าประชาชนจะมีความลำบากมากยิ่งขึ้นจึงอยากให้มีการพูดคุยกันเร็วที่สุด และเสนอให้รัฐบาลจัดทำระบบแดชบอร์ดหรือระบบจัดทำข้อมูลกลาง เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนว่าสถานีบริการน้ำมันที่ไหนมีน้ำมันเติมบ้าง และเหลือน้ำมันแต่ละประเภทเท่าไหร่
นายณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า พื้นที่ที่ดีที่สุดคือในสภาฯ เป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งประเทศสามารถชมการถ่ายทอดได้ ไม่เห็นเหตุผลอะไรที่รัฐบาลบอกว่ามีคณะกรรมการอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นจะต้องประชุมสภาฯ ในญัตติดังกล่าว แต่ก็ไม่ปฏิเสธหากจะมีการเชิญพรรคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุมตรงนั้น
เมื่อถามว่า ได้มีการหารือกับนายโสภณหรือไม่ถึงเหตุผลที่ได้มีการปิดประชุมไปก่อน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในระหว่างการประชุมนายพริษฐ์ เรื่องนี้ได้มีการหารือถึง การเสนอญัตติด่วนซึ่งนายโสภณ รับปากว่าให้จบวาระก่อนแล้วค่อยมาหารือกัน แต่ทันทีที่ได้ผลประกาศผลนายกฯ เสร็จ ก็ได้ปิดประชุมทันที จึงเห็นว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่เหมาะสม กับคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ จึงอยากให้ฝั่งรัฐบาลเปิดพื้นที่ในการพูดคุยมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับนายโสภณ หลังจากที่ปิดประชุมสภา ว่า ตนได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องมีการปิดประชุมเร็วขนาดนี้ และมองว่าไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ และถามย้ำว่าตกลงในสภาจะมีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เราพร้อมเจรจา หากการพูดคุยวันนี้มีอุปสรรค โดยนายโสภณระบุกลับมาว่า วันนี้บรรยากาศไม่ดี ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อเราได้นายกรัฐมนตรีแล้ว ทำเนียบก็ยกกันมาถึงที่นี่ การที่จะอดทนกันสักหน่อย ให้ผู้แทนที่มาจากหลายจังหวัด ได้พูดคุยสะท้อน
ปัญหาจากต่างจังหวัดไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ เป็นประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาก วันนี้จึงมองว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ในเรื่องของการที่พูดแล้วไม่ทำ ถ้าประธานยังไม่รักษาสัจจะ ที่มีการรับปากไม่ใช่แค่กับตน แต่ประชาชนก็ดูอยู่ ตนก็เป็นห่วงจริงๆว่าวิกฤตที่เรากำลังรับมืออยู่ จะน่ากังวลยิ่งขึ้น ถ้ารัฐบาลยังมีเจตจำนงแบบนี้