"ทรัมป์" วางงาน "โจ เคนต์" ให้ FBI สอบสวน
19 มี.ค. 2569
"โจ เคนต์" อดีต ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ถูก FBI สอบสวนในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลลับ หลังลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับสงครามในอิหร่าน
ข่าว
19 มี.ค. 2569
"โจ เคนต์" อดีต ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ถูก FBI สอบสวนในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลลับ หลังลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับสงครามในอิหร่าน
19 มีนาคม 2569 เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ "ดิ อินดิเพนเด๊นท์" (The Independent) รายงานว่า สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือ FBI ได้เปิดการสอบสวน โจ เคนต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (National Counterterrorism Center) หรือ NCTC) หลังลาออก เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับสงครามในอิหร่าน
ขณะที่ เซมาฟอร์ (Semafor) รายงานอ้างแหล่งข่าว 4 คน ที่รู้เรื่องนี้ว่า การสอบสวนของ FBI เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่าเขาจัดการข้อมูลลับอย่างไม่เหมาะสม
แหล่งข่าวระบุว่า การสอบสวนเริ่มต้นขึ้นก่อนที่เขาจะออกจากตำแหน่ง โดยเป็นการสอบสวนที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ส่วน ซีบีเอส นิวส์ (CBS News) รายงานคดีนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองสืบสวนอาชญากรรม (Criminal Investigative Division) หรือ CID) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการหลักที่รับผิดชอบการสืบสวนคดีอาญาละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในสังกัด FBI
เทย์เลอร์ บูโดวิช อดีตรองหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว ได้เขียนบน X กล่าวหา "เคนต์" ว่า มักเป็นศูนย์กลางของการรั่วไหลของข้อมูลความมั่นคงแห่งชาติ และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานเพื่อบ่อนทำลายสายการบังคับบัญชาและทำลายล้างประธานาธิบดี
เคนต์ วัย 45 ปี เป็นอดีตทหารผ่านศึกแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ผู้รับใช้ชาติมา 20 ปี และเคยปฏิบัติภารกิจ 11 ครั้ง รวมทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน ได้เผยแพร่จดหมายลาออกของเขาบน X เมื่อเช้าวันอังคาร (17 มีนาคม 2569) ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมียอดเข้าชมเกือบ 100 ล้านครั้ง
ในจดหมายเขียนว่า "ด้วยจิตสำนึกที่ดี ผมไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่านได้ อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อประเทศของเรา และเห็นได้ชัดว่าเราเริ่มสงครามนี้ เนื่องจากแรงกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์อเมริกันที่มีอิทธิพล"
เคนต์ ระบุอีกว่า เขาสนับสนุนค่านิยมและนโยบายต่างประเทศ ที่ทรัมป์ใช้ในการหาเสียงก่อนหน้านี้เมื่อปี 2016, 2020 และ 2024 ซึ่งถูกนำมาใช้ในวาระแรก จนถึงเดือน
มิถุนายน 2025 โดยเข้าใจว่า สงครามในตะวันออกกลาง เป็นกับดักที่พรากชีวิตวีรบุรุษผู้รักชาติของสหรัฐฯ ทำให้ความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติลดลง
เขาระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลและสมาชิกของสื่ออเมริกัน ได้ดำเนินแคมเปญข้อมูลเท็จเพื่อบ่อนทำลายสหรัฐฯ ปลูกฝังความรู้สึกสนับสนุนสงครามและหลอกให้เชื่อว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อสหรัฐฯ หากโจมตีในตอนนี้ก็จะมีหนทางที่นำไปสู่ชัยชนะอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นเรื่องโกหกและเป็นยุทธวิธีเดียวกับที่อิสราเอลใช้ล่อลวงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามอิรัก โดยขอให้ทรัมป์ไตร่ตรองถึงสิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำในอิหร่านและทำเพื่อใคร
