เที่ยว “แก่งก้อ” ชมวัดจมน้ำและต้นฉำฉายักษ์ อันซีนแห่งใหม่ลำพูน
13 ก.พ. 2569
สัมผัสความงาม “แก่งก้อ” อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ชมวัดจมน้ำโบราณและต้นฉำฉายักษ์กลางน้ำ แลนด์มาร์คใหม่ลำพูน ย้อนรอยศรัทธาครูบาชัยยะวงศา ชมได้ช่วงน้ำขึ้นสูง
ข่าว
13 ก.พ. 2569
สัมผัสความงาม “แก่งก้อ” อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ชมวัดจมน้ำโบราณและต้นฉำฉายักษ์กลางน้ำ แลนด์มาร์คใหม่ลำพูน ย้อนรอยศรัทธาครูบาชัยยะวงศา ชมได้ช่วงน้ำขึ้นสูง
13 กุมภาพันธ์ 2569 เนชั่นออนไลน์ พาคุณผู้ชมล่องเรือไปสัมผัสความสงบและร่องรอยอารยธรรมล้านนาที่ซ่อนตัวอยู่กลางผืนน้ำ ณ แก่งก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ชมความอัศจรรย์ของวัดจมน้ำและต้นฉำฉายักษ์กลางแม่น้ำที่เผยความงามให้เห็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในรอบปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางความเงียบสงบของอ่างเก็บน้ำแก่งก้อ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยว ที่พากันไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของวัดบ้านเก่าจมน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านก้อจอกและบ้านก้อหนอง และยังเป็นบ้านเกิดของครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา จนกระทั่งมีการสร้างเขื่อนภูมิพลเมื่อปี 2498 ชาวบ้านในพื้นที่ได้ย้ายขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ที่สูงขึ้นทำให้วัดแห่งนี้ต้องจมอยู่ใต้น้ำ และเมื่อระดับน้ำลดลงทำให้มองเห็นวัดอยู่บนเกาะกลางน้ำ
นายอดิศักดิ์ หน่อแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปิง เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์วัดกลางน้ำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2554 ที่เขื่อนภูมิพลกักเก็บน้ำเกือบเต็มความจุ กระทั่ง 14 ปีผ่านมา ปี 2568 ปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนานกว่าปกติทำให้ระดับน้ำปีนี้ขึ้นสูงมาก จึงทำให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่วัดโบราณ จนเกิดเป็นภาพที่สวยงามและมีความขลังของซุ้มโขงล้านนา ยอดเจดีย์ และพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ รวมถึงกลุ่มต้นฉำฉายักษ์กลางน้ำที่แผ่กิ่งก้านเขียวขจีตัดกับผืนน้ำกว้างใหญ่ กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครมาเยือนก็ต้องแวะถ่ายรูปเก็บความประทับใจกลับไป
สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น ทางอุทยานฯ ได้ร่วมมือกับเทศบาลตำบลก้อ และผู้นำชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางจัดการท่องเที่ยวล่องเรือ เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยให้ความสำคัญกับดูแลไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อม มาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นักท่องเที่ยวทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพตลอดการเดินทาง รวมถึงการควบคุมความเร็วของเรือ
นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถลงเรือหางยาวได้ที่ท่าเรือแพอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ถึงจุดหมาย โดยกำหนดเวลาให้บริการเริ่มตั้งแต่ 6.00 น. และต้องเดินทางกลับไม่เกิน 18.00 น. เพื่อความปลอดภัยก่อนทัศนวิสัยจะมืดลง
นายธนัช มูลใจ นายกเทศมนตรีตำบลก้อ เปิดเผยว่า เรือที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลก้อและอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จะคิดค่าบริการเรือแบบรายคนอยู่ที่ 150 บาท หรือเหมาลำไม่เกิน 10 คนในราคา 1,000 บาท มีเรือให้บริการอยู่ 13 ลำ ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่มีอาชีพประมงอยู่แล้ว และเรือของภาคเอกชนอีกประมาณ 10 ลำ
สำหรับการเปิดท่องเที่ยวในลักษณะนี้ ส่งผลดีต่อชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนจนทำให้ในช่วงนี้ชาวบ้านมีรายได้สูงถึง 2,000-3,000 บาทต่อวัน อีกทั้งในพื้นที่มีบริการแพที่พักและโฮมสเตย์ รวมถึงที่พักของทางอุทยานแห่งชาติแม่ปิงให้นักท่องเที่ยวมาพักค้างแรมได้เพื่อที่จะไปชมวัดและต้นฉำฉากลางน้ำยามเช้าและในช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินจะเป็นช่วงที่ถ่ายรูปได้สวยที่สุด ซึ่งนักท่องเที่ยวควรรีบเดินทางมาภายในก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากหลังจากนี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงจนเข้าสู่ช่วงน้ำแห้ง ซึ่งจะทำให้ภาพเปลี่ยนไปจากวัดกลางน้ำกลายเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำเช่นเดิม
ทั้งนี้หลังจากนั้นระดับน้ำเริ่มลดลง ได้เตรียมปรับเส้นทางการท่องเที่ยวให้เป็นการพายเรือจากฝั่งมาบนเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินเท้าเข้าไปนมัสการกราบไหว้ทำบุญได้อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการย้อนรอยเส้นทางบุญของครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาต่อไป
