นางกิติกา อินใหม่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 กล่าวในนามคณะทำงานว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ” ครูปฐมวัยและผู้บริหารสถานศึกษา ภาคใต้ จัดขึ้น มีสถานศึกษาเข้าร่วมรวม 47 แห่ง จากจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และตรัง ประกอบด้วยสถานศึกษาต้นแบบ 35 แห่ง และสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ 12 แห่ง มีผู้บริหารสถานศึกษา 47 คน และครูปฐมวัย 94 คน รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 141 คน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่ดี(Good Practice) ในการสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงจากเหล้าและบุหรี่ในเด็กปฐมวัย ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงวิธีปฏิบัติที่ดี(Good Practice) การถอดบทเรียนจากสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริง แนวคิด กระบวนการดำเนินงาน และผลงานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ซึ่งจะเป็นฐานการเรียนรู้สำคัญในการขยายผลสู่สถานศึกษาเครือข่ายและพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
ด้านนายอารมณ์ วงศ์บัณฑิต นักวิชาการโครงการปลูกพลังบวก กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการ “โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ”ของครูปฐมวัยและผู้บริหารสถานศึกษาครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จริง ซึ่งสถานศึกษาต้นแบบและสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ทั้งหมดได้ผ่านการประเมินคุณภาพใน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านทักษะชีวิตเด็กปฐมวัย ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านการจัดการประสบการณ์กิจกรรมปลูกพลังบวกของครูปฐมวัย และด้านการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน พร้อมเดินหน้าขยายผลไปยังสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอยู่เดิมและสถานศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมใหม่โดยผ่านกระบวนการ Reskill–Upskill ครูปฐมวัยและผู้บริหาร ควบคู่การนิเทศ ติดตามครบ 100% เพื่อให้โครงการเป็นกลไกหลักในการสร้างเด็กปฐมวัยที่เข้มแข็งทางความคิดและเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพ
ขณะที่นางยุพา แดงฉ่ำ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดดอนยาง สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 กล่าวว่า โครงการปลูกพลังบวกให้ความสำคัญกับการปลูกฝังทักษะชีวิตและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยอนุบาล ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงบูรณาการทั้งในและนอกห้องเรียน โดยสอดแทรกประเด็นโทษภัยของเหล้า บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมกับช่วงวัย เน้นให้เด็กได้ฝึกคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และเรียนรู้การปกป้องตนเอง ควบคู่กับการใช้สื่อจากโครงการ และการนิเทศ ติดตามอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โรงเรียนยังเชื่อมโยงความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก การเป็นแบบอย่างที่ดีด้านพฤติกรรมสุขภาพ และการขยายผลไปสู่ประเด็นความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เช่น การรณรงค์ด้านวินัยการจราจรและการสวมหมวกกันน็อก ส่งผลให้โรงเรียนซึ่งมีนักเรียนจำนวน 225 คน ได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดแนวคิดและแนวปฏิบัติที่ดีไปยังโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียงได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ นางสาวจงรักษ์ รอดภัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเนินทอง สพป. ชุมพร เขต 1 กล่าวว่า โรงเรียนบ้านเนินทอง จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นมัธยมฯ ปีที่ 3 และได้รับคัดเลือกเป็น“1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกฯ โดยต่อยอดจากการดำเนินงานด้านสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข พร้อมทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย เพื่อสร้างความร่วมมือในการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงจากเหล้าและบุหรี่ รวมถึงบูรณาการการทำงานกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะกรรมการสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
นางสาวจงรักษ์ กล่าวต่อว่า การจัดการเรียนรู้ของเราเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงที่เหมาะสมกับวัย โดยออกแบบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น การจำลองโรงภาพยนตร์ และการใช้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่าง “มโนราห์” เป็นสื่อสื่อสารเชิงบวก เพื่อสอดแทรกเนื้อหาการลดเหล้าและบุหรี่ ส่งผลให้เด็กมีทักษะคิดวิเคราะห์ กล้าแสดงออก และสามารถถ่ายทอดความเข้าใจไปสู่ครอบครัวจนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระดับบ้านและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ โรงเรียนบ้านเนินทอง ซึ่งเป็นสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่พร้อมเปิดรับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและขยายผลไปสู่สถานศึกษาเครือข่ายต่อไป
จากการประชุมครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคการศึกษา ภาคนโยบาย และชุมชน ในการป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางชีวิต วางรากฐานสุขภาวะที่ดีให้เด็กปฐมวัย และขยายผลสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน