ระทึก! “ไฟป่า” ฝั่งเขมร ลามเขตฐานทหารพรานไทย เกิดเสียงบึ้มเป็นระยะๆ
30 ม.ค. 2568 | titayu_pur

ระทึก! “ไฟป่า” จากฝั่งกัมพูชา ลามเข้าเขตฐานทหารพรานไทย เกิดเสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ระดมเฝ้าระวังคุมสถานการณ์ หวั่นไหม้วอดกองบัญชาการ
ข่าว
30 ม.ค. 2568 | titayu_pur

ระทึก! “ไฟป่า” จากฝั่งกัมพูชา ลามเข้าเขตฐานทหารพรานไทย เกิดเสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ระดมเฝ้าระวังคุมสถานการณ์ หวั่นไหม้วอดกองบัญชาการ
30 มกราคม 2568 ที่ จ.ตราด ที่บริเวณฐานกองร้อยทหารพราน นาวิกโยธินที่ 534 (ร้อย ทพ.นย.ที่534) ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินตราด ที่ 3 (บ้านเขาล้าน) บ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด เกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าฝั่งกัมพูชา ด้านบ้านจอมวย ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัต ประเทศกัมพูชา ลามเข้ามาในพื้นที่ฐานกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ในระยะห่างประมาณ 1 กม. แต่ในระยะ 800 เมตร จะมีคลองชำรากกั้นขวางอยู่
โดยเวลา 13.30 น. รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลชำราก ที่ได้รับการประสานงานจาก ผบ.ร้อย ทพ.นย. 534 เพื่อมาเตรียมพร้อมเพื่อดับไฟป่า หากมีการลุกลามเข้ามาใกล้ฐาน โดยมี ร.ท.ทินวัฒน์ นันทิยะไพบูลย์ ระบุว่า ไฟป่าไหม้มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว และลุกลามมาต่อเนื่อง กระทั่งเช้าวันนี้ (30 ม.ค.) มีลมแรง ไฟจึงลุกลามเข้ามายังฝั่งไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องสั่งให้ทหารพราน ที่ตั้งหน่วยบริเวณเขาบรรทัด ได้ป้องกันหน่วยไว้ ด้วยการทำทางไฟป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้ามาได้ ท่ามกลางกลุ่มควันจำนวนมาก ที่ปกคลุมเข้ามาพร้อมเปลวไฟ ที่เมื่อเผาต้นหญ้าและต้นไม้ จะมีเสียงดังและมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมีกว่า 40-50 ลูกแล้ว
กระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. น.อ.ชัยรัตน์ คำภิรมย์ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 บ้านเขาล้าน เดินทางเข้ามาติดตามสถานการณ์ ร.ท.ทินวัฒน์ ได้รายงานสถานการณ์ให้ทราบว่า ไฟป่าได้ไหม้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว แต่เช้าวันนี้เกิดลุกลามเข้ามาในพื้นที่ฝั่งประเทศไทย และลามเข้ามาในพื้นที่ที่ตั้งฐานหลายแห่งบนเขาบรรทัด และลุกลามลงมาเชิงเขา และลงมายังบริเวณคลอง แต่ยังไม่ลุกลามเข้ามา
จากนั้น หน.ชค.ทพ.ที่ 3 และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลชำราก ได้เดินทางไปยังพื้นที่ไฟไหม้ ระหว่างรออยู่ที่บริเวณคลองปรากฎว่า ไฟได้ลุกลามไหม้เข้ามายังบริเวณคลองอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปยังที่อื่น ๆ ได้ โดยไฟได้ลุกลามติดต้นไม้ใบหญ้าแห้ง โดยเฉพาะต้นไม้กวาด ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตามแรงลม รวมทั้งมีเสียงของระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องหยุดอยู่ตรงบริเวณลำคลอง
ต่อมาในเวลา 15.00 น. นางสุนัน ไวยกูล รองนายกเทศบาลตำบลชำราก และเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสถานการณ์ เพื่อตรวจสอบดูพื้นที่บริเวณจุดชมวิวยุทธการบ้านชำราก และเข้ามาติดตามสถานการณ์ไฟป่าบริเวณดังกล่าวด้วย ระบุว่า ไฟไหม้ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านมาหลายวันแล้ว และมีกลุ่มหมอกควันปกคลุมในพื้นที่ของประชาชนใน ต.ชำราก ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นตำบลชำราก เมื่อออกนอกบ้านให้สวมแมสก์ป้องกัน ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์ก็เกิดไฟลุกไหม้ป่าอยู่ตลอดเวลา
น.อ.ชัยรัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้น มาจากการจุดของประชาชนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วลุกลามต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์ ตั้งแต่อำเภอบ่อไร่ ลุกลามมายัง ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด และ ต.ตะกาง ต่อเนื่องมาที่ ต.ชำราก ซึ่งลุกลามมาล้อมฐานปฏิบัติงานของกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ซึ่งตั้งจุดไว้หลายแห่งบริเวณเขาบรรทัด ทำให้ทหารพรานต้องทำการป้องกัน ด้วยการทำทางป้องกันไฟ ไม่ให้ลุกลามเข้ามายังบริเวณฐาน ซึ่งมี 5-6 แห่ง โดยที่ธงชาติไทยที่ติดอยู่แต่ละแห่ง ยังไม่ถูกไฟไหม้แต่อย่างใด
ส่วนทหารพรานที่ประจำอยู่นั้น ได้มีการสับเปลี่ยนกำลัง เพื่อให้แต่ละคนได้มีสุขภาพที่เป็นปกติ ซึ่งระหว่างนี้ในพื้นที่จะป้องกันไม่ให้ไฟป่า ไหม้ลุกลามเข้ามาอีกฝั่งของคลอง เพราะหากลุกลามเข้ามาได้ จะส่งผลกระทบถึงฐานของกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 นอกจากนี้ในระดับประเทศ ในระดับจังหวัด ได้มีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการประชุม JBC และ RBC เพื่อหารือในการ ป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นบริเวณตามแนวชายแดนในอนาคตต่อไป