โคราชเผาฉ่ำ จับแล้ว 15 ราย สั่งยกระดับคุมเข้มฝุ่น "PM2.5" หลังเกินค่ามาตรฐาน
27 ม.ค. 2568 | titayu_pur

โคราชเผากันฉ่ำ จับแล้ว 15 รายมือเผา พร้อมประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มฝุ่น "PM2.5" หลังเกินค่ามาตรฐาน กระทบประชาชนอย่างหนัก
Lifestyle
27 ม.ค. 2568 | titayu_pur

โคราชเผากันฉ่ำ จับแล้ว 15 รายมือเผา พร้อมประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มฝุ่น "PM2.5" หลังเกินค่ามาตรฐาน กระทบประชาชนอย่างหนัก
27 มกราคม 2568 ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการแก้ไขปญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หลังจากในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
ทั้งนี้จากรายงานของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารภัยจังหวัดนครราชสีมา พบว่า สถานการณ์ไฟป่า ในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 มกราคม 2568 มีการเกิดไฟป่า จำนวน 25 ครั้ง พื้นที่ป่าถูกไฟไหม้ 6,016 ไร่ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการหาของป่า โดยอำเภอที่พบการเกิดไฟป่ามากที่สุด คือ อำเภอครบุรี จำนวน 2,453 ไร่ รองลงมาคือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอปากช่อง อำเภอละ 1,700 ไร่
มีการจับกุมดำเนินคดีกรณีเผาพื้นที่การเกษตร รวม 10 อำเภอ ได้แก่ อ.พิมาย อ.ห้วยแถลง อ.คง อ.ขามทะเลสอ อ.โนนไทย อ.เทพารักษ์ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปากช่อง อ.เมืองนครราชสีมา และอ.หนองบุญมาก และมีการดำเนินคดีผู้กระทำความผิด จำนวน 5 ราย และแจ้งความดำเนินคดี เพื่อสืบหาและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ จำนวน 10 ราย
นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการดำรงชีวิตของประชาชน จังหวัดนครราชสีมา จึงได้แจ้งให้อำเภอยกระดับมาตรการควบคุมการเผาเพื่อลดผลกระทบจาก ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน และเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น ด้านการควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจจับรถควันดำ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเมือง และเส้นทางสายหลัก
ด้านการควบคุมพื้นที่การเกษตร ให้ชี้แจงทำความเข้าใจ และป้องปรามเกษตรกรเจ้าของนา และผู้มีรถแทรกเตอร์ เพื่อการเกษตร และเครื่องอัดฟางในพื้นที่ จัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่จะเผาพื้นที่เกษตรและเชิญกลุ่ม เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวที่ยังไม่มีการเผาพื้นที่ มาพูดคุยขอความร่วมมือเรื่องการงดการเผา และมาตรการทางกฎหมาย กรณีการเผาโดยประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ร่วมชี้แจงด้วย
ด้านการควบคุมมลพิษจากการก่อสร้าง ให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ และให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ กำชับ ตรวจสอบ กรณีการขออนุมัติ อนุญาต การก่อสร้างในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด และด้านการควบคุมมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม กว่า 1,700 แห่ง ให้เจ้าพนักงานออกตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535