ล่าสุด ทั้งนายชัยธวัฒน์ และภรรยา พ่อแม่ของเยาวชนที่ถูกลักพาตัวไป ได้ไปขอความช่วยเหลือกับสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เพื่อตรวจเช็คความคืบหน้ากรณีซิมการ์ดที่ใช้ติดต่อ หมายเลขที่ใช้ติดต่อ กระทั่งพบว่าเด็ก 18 รายนี้ ถูกหลอกไปที่ปอยเปต ก่อนที่จะมีการใช้วิดีโอคอลผ่าน LINE สอบถามข้อมูล จนกระทั่งสืบทราบความแน่ใจ จึงได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่ฝั่งปอยเปต
โดย พล.ต.ต.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ สั่งการให้ พ.ต.อ.วัฒนชัย มณฑีรรัตน์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ , พ.ต.ท.พัฒนะ สุภศักดิพัฒน์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ ภ.จว.ชัยภูมิ พ.ต.ท.สุอารีย์ สาแก้ว รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ เร่งประสานกับทหารและส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้นในการช่วยเหลือเด็กชาย 18 ปีรายนี้อย่างเร่งด่วน
จนได้ประสานทหาร ตำรวจในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชาเข้าไปช่วยเหลือ โดยไม่ได้จ่าย 2 ล้านบาทตามที่กลุ่มมิจฉาชีพเรียกค่าไถ่มา เพราะมิจฉาชีพยังไม่ได้แตะตัวเด็ก และอยู่คนละที่กับเด็ก ทำให้ทหารไทย กัมพูชา ได้เข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน ก่อนนำตัวเด็กส่งกลับมายังประเทศไทย ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ส.ค.) หลังผู้เป็นแม่ของเยาวชนชายวัย 18 ปี ทราบข่าวได้เดินทางไปหาลูกชายตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ร่วมเดินทางมายังพื้นที่ลูกชายพักอาศัยอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีแล้ว เพื่อให้ปากกับตำรวจ สภ.คลองหลวงในวันนี้ (28 ส.ค.)