เนชั่นทีวี

ข่าว

พ่อวอนช่วยลูกสาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ ขู่หากไม่ยอมเจรจาเตรียมรับร่าง

06 ส.ค. 2567 | thunchanok_kul

พ่อวอนช่วยลูกสาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ ขู่หากไม่ยอมเจรจาเตรียมรับร่าง

พ่อชาวขอนแก่น วอนช่วยลูกสาว ถูกแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ เรียกเงิน 40,000 บาท อ้างเป็นเงินติดสินบน ขีดเส้นภายใน 5 วัน ขู่ญาติหากไม่ติดต่อไปให้เตรียมรับร่างลูกสาวได้เลย

วันที่ 6 สิงหาคม 2567 มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ "ศิริวรรณ คมสันต์" ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือในกลุ่ม "ขอนแก่นร้องเรียนอะไรบอกไว้ที่นี่" โดยเป็นภาพของหญิงสาวรายหนึ่ง และภาพข้อความในสตอรี่เฟซบุ๊กของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "มะ โมฯ" เช่น "ปล่อยตัวมัน 40,000 บาท กูให้เวลามึง 5 วัน แล้วกูจะปล่อยให้เป็นอิสระค่ะอีโม" "ติดต่อมาแล้วจะปล่อยไปนะครับผม" "จำไว้นะครับตราบใดที่ยังติดสินบนผมอยู่ ผมไม่ปล่อยไปง่าย ๆ ครับ จนกว่าจะมีญาติโกโหติกาติดต่อผมเข้ามา ผมไม่ทำอะไรครับ ข้าวน้ำผมไม่ให้อดครับ ผมให้เวลา 5 วัน วันนี้วันที่ 3 เหลือเวลาอีก 2 วัน ถ้าไม่มีการเจราจากับผม หรือเมียผม ผมไม่ปล่อยครับ!!!" "พรุ่งนี้ตอนเที่ยงถ้าไม่มีใครติดต่อมาก็ไม่ปล่อยนะคะ" 

พ่อวอนช่วยลูกสาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ ขู่หากไม่ยอมเจรจาเตรียมรับร่าง

โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า "ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ตามหาเพื่อนค่ะ โมโดนจับตัวไป และโดนขังไว้ตั้งแต่วันที่ 03/08/67 ประมาณช่วงบ่าย และมีการอัพเดตลงสตอรี่เฟสบุ๊กช่วงตี1 ของเมื่อคืน (ตามภาพดังกล่าว) เขาใช้คำว่าติดสินบน (แต่ไม่ได้ติดหนี้นะคะ)รายละเอียดเป็นยังไงยังไม่ทราบค่ะ เพราะติดต่อเพื่อนไม่ได้เลย มีการทิ้งเบอร์โทรไว้ และบอกว่าถ้าไม่มีญาติพี่น้องโทรไปเจรจาจะไม่มีการปล่อยตัวใด ๆ แต่พอโทรไป กับเป็นเบอร์ใครก็ไม่รู้ ตอนนี้เป็นห่วงเพื่อนมาก ถ้าใครพบเห็นรบกวนติดต่อที่เฟสบุ๊กนี้ "ศิริวรรณ คมสันต์" หรือ โทรเบอร์ 084-788-8995(ญาติ) ด้วยนะคะ ตอนนี้ทางญาติมีการเข้าแจ้งความเรียบร้อยแล้วค่ะ ฝากแชร์ด้วยนะคะ" ซึ่งหลังจากที่เรื่องนี้ถูกโพสต์ลงในกลุ่มฯ ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และส่งต่อเรื่องราวออกไปเป็นจำนวนมาก 
 

พ่อวอนช่วยลูกสาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ ขู่หากไม่ยอมเจรจาเตรียมรับร่าง

ล่าสุด คุณกฤศเมธ โลโห ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียหายในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น  โดยได้พบกับนายกิตติมา คำพิลัง อายุ 51 ปี นายพัฒนพงศ์ นิลเกตุ อายุ 23 ปี นางปุ่น คำพิลัง อายุ 80 ปี และน้องเอวา วัย 9 เดือน ซึ่งทั้ง 4 คน เป็นพ่อ สามี ย่า และลูกสาว ของ น.ส.กิตติภรณ์ คำพิลัง หรือ "โม" อายุ 21 ปี ผู้ที่ถูกคนร้ายนำตัวไปกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยทางครอบครัวได้นำเอกสารสำเนาการแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น และหลักฐานการสนทนากับกลุ่มคนร้ายทางแอพพลิเคชั่นไลน์ รวมทั้งแชทเฟซบุ๊กมาให้ผู้สื่อข่าวดู หลังจากที่ทางครอบครัวต่างกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงน้องโม ที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา 

นายกิตติมา คำพิลัง อายุ 51 ปี พ่อของน้องโม เล่าว่า ก่อนที่ลูกสาวจะหายตัวไป ในช่วงบ่ายโมงของวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้บอกพ่อ ย่า และสามีว่า จะไปเอายาที่ รพ.ขอนแก่น มาให้น้องเอวา ลูกสาววัย 9 เดือนเศษ โดยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda PCX สีเทาดำ ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึง 1 เดือน ออกไปจากบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ผู้เป็นย่าก็เลยบอกตนเองว่า โทรตามโมให้หน่อย เพราะออกไปนานแล้วยังไม่กลับมา ตนเองจึงโทรหาน้องโมผ่านทางแชทเฟซบุ๊ก แต่ก็โทรไม่ติด 

พ่อวอนช่วยลูกสาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ ขู่หากไม่ยอมเจรจาเตรียมรับร่าง

ต่อมาก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาที่เบอร์ของพ่อ โดยปลายสาย คือ "น้องโม" ได้โทรมาบอกพ่อว่า ตอนนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาล แต่โทรศัพท์ของตนเองหาย จึงขอยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรมาบอก ตอนนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาโทรศัพท์ให้อยู่ จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน "น้องโม" ก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน และติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง จนวันที่ 5 ส.ค. ช่วงเที่ยง ได้มีข้อความแชทจาก "น้องโม" ลูกสาวของตนเอง ทักแชทเข้ามาว่า "พ่อช่วยด้วย" ตนเองจึงทักกลับไปว่า "เป็นหยัง" (เป็นอะไร) หลังจากที่ตนเองทักกลับไปก็มีข้อความทักถามตนเองกลับมาทำนองว่า ใช่พ่อของ "น้องโม" หรือไม่ พร้อมกับพิมพ์ข้อความแจ้งให้ทราบว่า "น้องโม" ได้ติดสินบนเป็นเงิน 40,000 บาท ชดใช้มาแล้ว 10,000 บาท ตอนนี้กลุ่มตัวเองได้พา "น้องโม" มาควบคุมไว้ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่ได้ทำร้าย มีข้าวมีน้ำให้กิน และรถจักรยานยนต์ของ "น้องโม" ก็อยู่กับกลุ่มพวกตน ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะบอกพ่อว่า วันนี้ช่วง 6 โมงเย็นให้ติดต่อมา หากไม่ติดต่อมาก็เตรียมรับร่าง "น้องโม" ได้เลย ซึ่งหลังจากที่ตนเองอ่านข้อความแล้ว คนที่ใช้เฟซบุ๊ก "น้องโม" แชทมาคุยก็ได้ยกเลิกข้อความนั้นไปทั้งหมด เพื่อทำลายหลักฐาน 

จากนั้น ในวันเดียวกันเวลาประมาณเกือบ 18.00 น. ลูกสาวก็โทรมาทางแชทเฟสบุ๊กพร้อมกับร้องไห้ว่า "ถ้าพ่อไปแจ้งความเขาจะไม่ปล่อยตัว" ตนเองจึงได้บอกกลับไปว่า จะไปกลัวทำไม ก่อนปลายสายจะตัดไป 

นายกิตติมา เล่าต่อว่า หลังจากที่น้องโมหายตัวไป ทางเพื่อนๆ ที่อยู่ในเฟซบุ๊กก็ได้ช่วยกันประกาศตามหา โดยมีเพื่อนของ "น้องโม" คนหนึ่งได้แชทคุยกับผู้หญิงรายหนึ่งที่เป็นสมาชิกกลุ่มของคนร้ายที่พาตัว "น้องโม" ไป โดยบอกว่า "น้องโม" ติดเงินสินบนเขาอยู่ ซึ่งในเรื่องนี้ตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นค่าสินบนอะไร รู้แต่เพียงว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว "น้องโม"ได้ทำงานเป็นแอดมินให้กับเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียด และรู้จากกลุ่มคนร้ายที่บอกเพียงว่า "น้องโม" ติดสินบนเมื่อ 2 ปีก่อน กลุ่มคนร้ายพยายามติดตามทวงถามแล้ว แต่ "น้องโม" ไม่ยอมเจรจา และก่อนที่จะเกิดเหตุ "น้องโม" ก็ไม่เคยเล่าว่า มีปัญหาขัดแย้งกับใครให้ฟัง ตอนนี้ตนเองห่วงความปลอดภัยของลูกสาวเป็นอย่างมาก จึงขอวอนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยพาตัวลูกสาวกลับมาด้วย

ขณะที่ นายพัฒนพงศ์ นิลเกตุ อายุ 23 ปี สามีของ "น้องโม" เล่าว่า ตนเองเพิ่งอยู่กินฉันท์สามีภรรยากับ "น้องโม" ได้ไม่ถึง 1 ปี และเพิ่งมีลูกด้วยกัน 1 คน ตลอดเวลาที่คบหาอยู่กินด้วยกัน "น้องโม" ไม่เคยเล่าเรื่องปัญหาความขัดแย้งกับใคร หรือ เรื่องติดหนี้ ติดสินบนใครให้ฟัง ก็ใช้ชีวิตทำงานหาเงินตามปกติ โดยช่วงที่อยู่ด้วยกันก็ไม่เคยมีคนแปลกหน้ามาหา ตนเองจึงไม่รู้ว่า การถูกคนร้ายลักพาตัวไปนั้น เกิดจากสาเหตุอะไร และไม่รู้ว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร ซึ่งตอนนี้เป็นห่วงภรรยามาก อยากให้กลับมาบ้านด้วยความปลอดภัย เพราะตอนนี้ลูกก็ยังเล็ก

เช่นเดียวกับนางปุ่น คำพิลัง อายุ 80 ปี ย่าของน้องโม บอกว่า ก่อนที่หลานจะหายตัวไปก็บอกย่าว่าจะไปเอายาที่ รพ.ขอนแก่น ให้ "น้องเอวา" ที่ไม่สบาย เมื่อ"น้องโม" หายตัวไป ตอนนี้ตนเองกินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าคนที่จับตัวไปจะฆ่าจะแกงหลานสาวอย่างไร โดยเฉพาะน้องเอวา วัย 9 เดือนเศษ ลูกสาวของน้องโม ที่ตนเอง และญาติต้องช่วยกันเลี้ยง เพราะตนเองก็สายตาพร่ามัว อยากให้คนร้ายปล่อยตัวน้องโมกลับบ้าน เพราะตอนนี้ลูกและครอบครัวเดือดเนื้อร้อนใจเป็นอย่างมาก 
 

ข่าวล่าสุด