ซึ่งภาพรวมแล้ว มีน้ำจากจังหวัดสุโขทัย เข้ามาในพื้นที่ จ.พิษณุโลก แล้ว กว่า 150-200 ล้าน ลบ.ม. ทางชลประทานได้เร่งผันน้ำไปทางคลอง DR2.8 ได้ผันน้ำ ลงสู่แม่น้ำน่าน ทำให้มีน้ำในแม่น้ำยม และระบายเข้าสู่ทุ่งบางระกำโมเดล มีมวลน้ำแล้วเกือบ 50 ล้าน ลบ.ม. หรือ ประมาณ 20% แล้ว ขณะที่ปริมาณน้ำที่ผันมาเพิ่มขึ้นในแม่น้ำยมสายเก่า ส่งผลให้มีความเสี่ยง การเกิดอุทกภัย น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และน้ำไหลหลาก น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่อยู่ติดกับแม่น้ำยมสายหลัก และแม่น้ำยมสายเก่า ในเขต พื้นที่ อ.พรหมพิราม ได้แก่ ต.วังวน, ต.ตลุกเทียม, ต.ศรีภิรมย์, ต.พรหมพิราม, ต.หนองแขม และ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม อ.เมือง ได้แก่ ต.บ้านกร่าง อ.บางระกำ ได้แก่ ต.บางระกำ, ต.คุยม่วง, ต.ชุมแสงสงคราม, ต.ท่านางงาม, ต.วังอิทก, ต.ปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
ปัจจุบันได้เร่งการระบายน้ำสูงสุด ของอาคารชลประทาน ในแม่น้ำยมสายหลัก และแม่น้ำยมสายเก่า และเร่งเสริมคันคลองป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง รวมถึงเริ่มรับน้ำเข้าทุ่งบางระกำ เพื่อรองรับสถานการณ์แม่น้ำยม ที่วิกฤตเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แจ้งเตือน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังดังกล่าวโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ใกล้กับตลิ่งแม่น้ำ ให้ติดตามสถานการณ์ พร้อมเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และระมัดระวังไฟฟ้าที่อยู่ในที่ต่ำน้ำท่วมถึง
สำหรับ “โครงการบางระกำโมเดล” เป็นโครงการปรับปฏิทินการเพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตชลประทาน เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากและหน่วงน้ำ พื้นที่โครงการ 265,000 ไร่ ในเขต อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.เมือง และ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก และ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย โดยเริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปีก่อนฤดูกาลปกติ มาเริ่มเพาะปลูกตั่งแต่ 1 เมษายน และเก็บเกี่ยวก่อน ฤดูน้ำหลาก ไม่เกิน 15 สิงหาคม
หลังจากนั้นจะงดทำการเพาะปลูกเพื่อเป็นพื้นที่รองรับน้ำ เป็นทุ่งหน่วงน้ำให้กับลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ลดผลกระทบอุทกภัย สามารถหน่วงน้ำได้สูงสุด 400 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่ 15 ส.ค.-30 พ.ย.และเริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังรอบใหม่ ตั้งแต่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป