สำหรับ นายจักร นั้นเป็นอดีตน้องเขย ซึ่งได้หย่าร้าง เลิกลากับภรรยาคือน้องสาวตนไปได้จะปีหนึ่งแล้ว นิสัยของนายจักรหลังเลิกจากน้องสาว ก็ชอบมีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม เข้ามาทำลายบ้าน ทำร้ายร่างกายน้องสาวจนน้องสาวของตนต้องหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่น
สาเหตุที่นายจักร มีอาการแบบนั้นก็เพราะติดยาเสพติด และแค้นที่เลิกกับน้องสาวตน จากนั้นก็จะชอบมาหาเรื่อง ส่วนตัวรู้สึกกลัว เพราะว่าบ้านหลังนี้ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงอยู่ ตอนกลางวันเด็กๆเคยมาวิ่งเล่นแถวนี้ ก็ไม่กล้าออกจากบ้านมาวิ่งเล่น ตอนนี้อยากให้ตำรวจช่วยใช้ดำเนินการตามกฎหมาย เพราะคนแบบนี้อย่าปล่อยให้เดินในสังคม เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของนายจักร ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน กลับพบว่าบ้านถูกปิดเงียบ ส่วนนายจักรไม่รู้ว่าไปไหน แต่ผู้สื่อข่าวได้พบกับแม่ของนายจักร ซึ่งมีอยู่บ้านใกล้กัน
โดยนางเปลี่ยน ผาแพน อายุ 63 ปี (แม่ของนายจักร) เล่าให้ฟังว่า ตนมีลูก 2 คน นายจักรเป็นคนเล็ก มีครอบครัวมีลูก2 คน กับภรรยาเก่า โดยลูกทั้ง 2 ตนเป็นคนดูแล จากนั้นก็ไปมีภรรยาใหม่และย้ายไปอยู่กับภรรยาจนมีลูกด้วยกันอีก 1 คน มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง นายจักร เป็นคนชอบดื่มสุราจนติดสุรา เมียและตนเคยพาไปรักษาจนเลิกสุราได้ แต่ก็หันมาเสพยาเสพติด ตอนที่ลูกชายอยู่กับภรรยาคนล่าสุดทั้งคู่ก็ดี แต่ก็มีก็มีทะเลาะกันบ้าง หลังๆเริ่มเสพยาหนักก็เริ่มทะเลาะกันทุบทำลายข้าวของในบ้าน เป็นแบบนี้บ่อยจนเมียทนไม่ไหวขอแยกทาง
จากนั้นนายจักร ลูกชาย ก็จะไปหาเรื่องที่บ้านภรรยาเก่าอยู่เป็นประจำ เรื่องนี้แม่ไม่ได้โทษใคร แต่ก็อยากให้พาลูกชายไปบำบัดรักษาให้หายจากการติดยาเสพติด
ทั้งนี้ ช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอพูดคุยกับ นางสาวจิตร เม้าราศรี หรือ คุณจุ๋ม อายุ 37 ปี กับน้องโดนัด อายุ 12 ปี ลูกสาวคุณจุ๋มและนายจักร ที่บ้านหลังหนึ่ง เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวว่าเรื่องราวเป็นเพราอะไร โดยคุณจุ๋ม เล่าให้นักข่าวฟังว่า ตนเคยไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 เป็นพี่สาวไปแจ้งความ โดยทุกครั้งที่ต้องไปแจ้งความนั้นจะแจ้ง ในข้อกล่าวหาทำลายข้าวของ ขู่ฆ่า และทำร้ายร่างกาย แต่หลังไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เรื่องไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
และ อดีตสามีก็เคยพูดว่า ตำรวจอุดรไม่มีปัญญาทำอะไร ต่อให้จับไปแค่ได้ 2 วัน แล้วก็ปล่อยออกมา ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว และใช้ลำบากมาก ไหนจะลูกสาวที่ต้องไปเรียน ส่วนตนจะต้องทำงานกลับบ้านดึก และไม่รู้ว่าอดีตสามีจะเข้ามาก่อกวนที่บ้านตอนไหน
ก่อนหน้านี้ อดีตสามีจะมาขอเงินค่าจ้างหย่า 200,000 บาท หากไม่ได้จะพังของ และขู่ฆ่าด้วย ส่วนสาเหตุที่เราเลิกกันเพราะเขาติดยาเสพติด โดยก่อนที่จะเลิกกันก็เคยบอกให้เขาเลิกยา แต่เขาก็บอกว่าไม่เลิก ขนาดพ่อกับแม่ ยังไม่บอกให้เลิกเลย
วีรกรรมที่สะเทือนใจที่สุดก็คือ อดีตสามีหลอนยาหนักมาก เคยจะอุ้มลูกโยนเข้ากองไฟที่เขาก่อไว้ เมื่อปลายเดือน ก.พ.2567 ที่ผ่านมา โดยร้องตะโกนดังๆ ว่าจะเอาลูกเข้ากองไฟบูชายัญ ดีที่ตนเองช่วยไว้ทัน ไม่งั้นลูกสาวถูกอดีตผัวหลอนยาจับใส่กองไฟแน่นอน ตอนนี้เราห่วงว่าอดีตสามีจะมาจับลูกสาวไปบูชาอีก อยากให้เจ้าหน้าที่ฯช่วยดำเนินการ จัดการดำเนินการกฎหมายให้ถึงที่สุด3
อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ตนจะนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนมูลนิธิปวีณา และคุณกันจอมพลัง ให้ช่วยเหลือต่อไป ส่วนน้องโดนัด ลูกสาวที่รอดจากพ่อจะโยนเข้ากองไฟเพื่อบูชายัญ บอกว่า “วันนั้นหนูกำลังนอนหลับในห้อง พ่อได้เข้าไปในห้องอุ้มหนูออกมา ตอนนั้นตนก็ขัดขืนดิ้นสุดฤทธิ์ โชคดีที่แม่เข้ามาช่วยเหลือไว้ก่อน ตอนนี้ตนก็ยังกลัวพ่อมาก กลัวว่าพ่อจะกลับมาอุ้ม และพาตัวเองไปเผาในกองไฟอีก”