ขณะที่ นายศุภมาศ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า โรงเรียนนี้ปกติมีครูแค่คนเดียว ทางผู้อำนวยการเขตจึงส่งพนักงานราชการมาช่วย 2 คน คนแรกเป็นชายสอน ป.5-ป.6 อีกคนเป็นหญิงพนักงานธุรการ คนหลังสุดช่วยสอนชั้นอนุบาลและเป็นนักการภารโรงด้วย งบประมาณต่อปีได้แค่ 30,000 บาท เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งต้องขอเรี่ยไรจากชาวบ้านและผู้ปกครองมาช่วยทำกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ที่ผ่านมาตนเคยจัดทอดผ้าป่าได้เงินมา 1 แสนบาท หมดไปกับการทำโรงน้ำ ซ่อมห้องส้วม ปูกระเบื้อง ค่าน้ำค่าไฟตกรวมเดือนละ 2 พันบาท นักเรียน 19 คน มีครูผู้สอนแค่ 1 คนยอมรับว่าไม่ไหว
ส่วนนักการภารโรงมีผู้ปกครองอาสามาปัดกวาด ล้างห้องน้ำ หลังส่งลูกเข้าเรียน หมู่บ้านแห่งนี้มีประมาณ 100 หลังคาเรือน ผลิตลูกได้ปีละ 1-2 คน บางคนทำหมันเพราะปัญหาเศรษฐกิจ จึงเป็นปัญหามีเด็กนักเรียนน้อยมาก เด็กที่มาเรียนบางคนพ่อแม่ไปทำงานหาเงินต่างจังหวัดแล้วฝากให้ อยู่กับปู่กับย่า หรือตากับยาย พอโตขึ้นมาก็ให้มาเรียนที่นี่ แต่ถ้าคนที่พอมีฐานะเขาก็จะส่งบุตรหลานให้ไปโรงเรียนในเมือง ซึ่งก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก
ด้าน นายสุนทร ผู้ใหญ่บ้านบ้านดงโชคหมู่ 1 กล่าวยอมรับว่า ครูที่โรงเรียนมีแค่ 1 คนจริง ซึ่งทุกวันพฤหัสบดี ตนจะขอแรงตำรวจอาสามาสอนเรื่องยาเสพติด วันศุกร์ได้แม่ชีมาสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านต่างเล็งเห็นถึงประโยชน์ของโรงเรียนจึงร่วมกัน จัดหาปัจจัยต่างๆ มามอบให้แก่โรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ หากหมู่บ้านนี้ชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้านไม่เข็มแข็ง คอยจัดทอดผ้าป่าหาเงินมาสมทบปานนี้โรงเรียนอาจถูกยุบไปนานแล้วก็ได้
"จึงอยากวิงวอนและขอยกมือท่วมหัวอย่ายุบโรงเรียนนี้ทิ้งเลย เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 นาน 83 ปีพร้อมกับการตั้งวัดที่อยู่ตรงข้ามกัน เพื่อให้ลูกหลานในหมู่บ้านได้มีที่เรียนต่อไป" นายสุนทร กล่าว