เนชั่นทีวี

ข่าว

พบซากโลมาปากขวด ลอยกลางแม่น้ำบางปะกง เจ้าหน้าที่เตรียมพิสูจน์

19 ม.ค. 2567

พบซากโลมาปากขวด ลอยกลางแม่น้ำบางปะกง เจ้าหน้าที่เตรียมพิสูจน์

ชาวบ้านพบซากโลมาปากขวด ลอยกลางแม่น้ำบางปะกง ด้าน จนท. คาดอาจหลงฝูง พร้อมนำร่างกลับ ส่งศูนย์วิจัยฯ พิสูจน์หาสาเหตุการตาย

19 มกราคม 2567 ชาวบ้านที่มาไหว้หลวงพ่อโสธร ที่วัดโสธรวราราวรวิหาร ต.หน้าเมืองฉะเชิงเทรา สังเกตเห็นซากโลมา ลอยอยู่กลางแม่น้ำบางปะกง บริเวณท่าน้ำของวัด จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ก่อนจะประสานขอความช่วยเหลือ หน่วยดับเพลิงเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา และเรือจากร้านเอกเขนก นำเรือออกค้นหาซากโลมา เพื่อนำกลับเข้าฝั่งมาให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำเรือออกค้นหาบริเวณคุ้งน้ำต่างๆ ที่คาดว่าโลมาจะลอยมาตามน้ำ แต่ก็ไม่พบ จึงตัดสินใจนำเรือทวนน้ำขึ้นไปยังบริเวณหน้าวัดโสธร จุดที่ชาวบ้านพบเห็น ก่อนจะมาพบว่าชาวบ้านที่ขับเรือลอยอังคารบริเวณนั้น ได้นำโลมามาผูกไว้กับเรือ เพื่อรอเจ้าหน้าที่มานำซากไป เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้โลมาลอยไปตามกระแสน้ำ อาจจะเข้าไปติดที่คุ้งน้ำวน วัดหน้าวัดโสธรไปและจะหาลำบาก เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันยกโลมา ขึ้นท้ายเรือก่อนนำเข้ามายังฝั่ง บริเวณหน้ากำแพงเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อรอเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินทางมาตรวจสอบ ผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายในเบื้องต้น

นายนิติกร อายุ 35 ปี ชาวบ้านที่ขับเรือลอยอังคาร เปิดเผยว่า ตอนนั้นกำลังวิ่งเรือลอยอังคารอยู่ ได้รับโทรศัพท์แจ้งมาให้ช่วยตรวจสอบ บริเวณคุ้งน้ำหน้าวัดโสธร ก่อนจะเจอซากโลมาลอยอยู่กลางแม่น้ำ จึงลากมาผูกไว้เรือเจ้าหน้าที่เข้ามานำซากไป ปกติแล้วบริเวณนี้จะไม่ค่อยพบเห็นโลมา เคยเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว บริเวณหน้าตลาดบ้านใหม่ ตอนนี้เข้าสู่ช่วงฤดูที่จะเห็นโลมาออกมาว่ายให้ชม แต่ส่วนมากจะเจอที่ตำบลท่าข้ามอำเภอบางปะกง ซึ่งอยู่ใกล้กับปากอ่าว แต่ครั้งนี้ผิดปกติมากเพราะโลมา จะไม่ค่อยเข้ามาปกติจะอยู่แค่ปากอ่าว

ด้าน นายคะนึง คมขำ ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า โลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม น้ำกร่อย การพบเห็นในแม่น้ำบางปะกงก็มีอยู่ให้เห็นบ้าง ซึ่งคาดว่าโลมาตัวนี้น่าจะตามอาหารมา ซึ่งโลมาจะชอบกินอาหารพวกปลาดุกทะเล ซึ่งปลาดุกทะเลก็จะมาตามความเค็ม ซึ่งในแม่น้ำบางปะกงช่วงนี้เป็นน้ำเค็ม ปลาดุกทะเลว่ายเข้ามา โลมาก็หลงว่ายตามเข้ามากินปลาดุกทะเล 

ซึ่งโลมาตัวนี้ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่า หลงเข้ามาว่ายอยู่ที่แม่น้ำบางปะกง หน้าอำเภอบ้านโพธิ์ ว่ายหลงเข้ามาในเมืองจนถึงหน้าโรงแรมซันธารา ก่อนจะมาพบเป็นซากในวันนี้ ซึ่งทางสำนักงานประมงจังหวัด ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กำลังจะจัดประชุมหาแนวทางการช่วยเหลือ ผลักดันโลมาตัวนี้ กลับคืนสู่ทะเล ในช่วงบ่ายของวันนี้ที่เทศบาลตำบลท่าข้ามอำเภอบางปะกง แต่โลมาก็มาตายเสียก่อน ขณะนี้ได้ประสานผู้เชี่ยวชาญ สัตวแพทย์จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเดินทางเข้ามาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตในเบื้องต้น ก่อนจะนำซากกลับไปฝ่าพิสูจน์ตามขั้นตอน 

ต่อมา ช่วงบ่ายของวันนี้ (19 ม.ค.) น.ส.ชลาทิพ จันทร์ชมภู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน พร้อมทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางมาเพื่อเข้าทำการตรวจสอบในเบื้องต้น โดยทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยกันนำร่างของปลาโลมาที่พบขึ้นมาบนฝั่ง พบว่าปลาโลมาชนิดนี้ คือปลาโลมาปากขวด เพศผู้ ยาวประมาณ 2 เมตร มีลักษณะผอมเล็กน้อย และน่าจะเป็นปลาโลมาที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งดูจากลักษณะของผิวหนังของปลาโลมา 

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังไม่ทราบได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะเนื่องจากธรรมชาติของปลาโลมา สามารถอยู่อาศัยได้ทั้งน้ำทะเล น้ำกร่อย และน้ำจืด แต่แหล่งอาหารของปลาโลมาคือปลาดุกทะเล การที่ปลาโลมาว่ายน้ำเข้ามาลึกถึงแม่น้ำบางปะกงอาจเป็นเพราะว่ายตามปลาดุกทะเลเข้ามาในช่วงที่น้ำทะเลหนุน หรือน้ำขึ้นของแม่น้ำบางปะกง แล้วหาทางออกไม่ได้ จนขาดอาหาร หรือไม่ก็อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ซึ่งต้องรอนำร่างกลับไปทำการผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง