นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการรับฟังข้อมูลเบื้องต้น ทำให้ทราบถึงทิศทางการขับเคลื่อนในมิติต่างๆที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการหาทางออกร่วมกัน แต่สาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากติดเงื่อนไขข้อกฎหมายเรื่องการเวนคืนที่ดินในฝั่งไทยและการหารือข้อตกลงร่วมกันของทั้ง2ประเทศคือไทยและมาเลเซียทำให้การขับเคลื่อนโครงการล่าช้า แต่ทุกขั้นตอนยังเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้ข้อกังวลใจที่ว่าด้วยการทุจริตโครงการเกิดขึ้นหรือไม่จึงไม่ชัดเจน
ทั้งนี้เพื่อให้ทุกขั้นตอนโปร่งใสและเป็นไปทิศทางเดียวกัน ป.ป.ช.สงขลาจะนำข้อมูลทั้งหมดหารือกับหน่วยงานป.ป.ช.มาเลเซียอีกครั้งในเดือนมกราคม67เพื่อไล่เรียงข้อมูลต่างๆว่าทั้งสองประเทศนั้นมีการสื่อสารที่ตรงกันตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการเฝ้าระวังการทุจริตที่อาจสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานรัฐได้
ด้านนายเผดิมเดช มั่งคั่ง นายด่านศุลกากรสะเดา กล่าวว่า ภายหลังการหารือร่วมกันของนายกรัฐมนตรี 2 ประเทศเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้กำหนดรูปแบบเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าประตูหรือจุดเชื่อมพรมแดนไทย-มาเลเซียที่อำเภอสะเดาจะมีเพียงแห่งเดียว โดยจะเปลี่ยนจากด่านสะเดาในปัจจุบันให้มาใช้จุดเชื่อมใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบริเวณหลักเขตแดนที่ 23/9 ถึงหลักเขตแดนที่ 23/10 (BP23/9- BP23/10)และเมื่อผ่านเข้าประตูมาแล้วรถจะแยกเป็น 2ประเภท คือรถขนาดเล็กจะวนกลับไปใช้เส้นทางด่านสะเดาในปัจจุบันให้เป็นเส้นทางขาเข้าประเทศเหมือนเดิม ส่วนเส้นทางขาออกประเทศยานพาหนะทุกประเภทต้องไปใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่ ทั้งนี้จึงยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่มีการปิดด่านสะเดาเดิมแต่แค่เปลี่ยนประตูทางเข้า-ออกประเทศใหม่เท่านั้น