เนชั่นทีวี

ข่าว

กดดันรัฐบาลขู่ปิดโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ5พ.ย.นี้

01 พ.ย. 2566 | [email protected]

กดดันรัฐบาลขู่ปิดโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ5พ.ย.นี้

ชาวไร่อ้อยเคลื่อนไหวแล้ว เตรียมปิดโรงงานน้ำตาลพร้อมกันทั่วประเทศ ดีเดย์ 5พ.ย.66 จนกว่ารัฐบาลจะชัดเจนการช่วยเหลือ ย้ำชัดคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลพิจารณาแล้วต้องปรับขึ้นกิโลกรัม 4 บาท ลั่นไม่ยอมขาดทุนไปมากกว่านี้

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสถานการณ์น้ำตาลทรายที่มีผลกระทบทั่วประเทศ และทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 จังหวัดกำแพงเพชร โดยนายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีจากการประชุมของคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอให้พิจารณาเรื่องการให้น้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม เพื่อป้องกันการกำหนดการขึ้นราคาหรือราคาจำหน่ายหรือกำหนดเงื่อนไขปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมและกำกับดูแลสินค้าน้ำตาลทรายให้มีราคาที่เป็นธรรมและมีปริมาณเพียงพอ ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สนอ.) ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทราย บริสุทธิ์ หน้าโรงงาน กิโลกรัมละ 4 บาท ทำให้ราคาปลีกน้ำตาลต้องขยับขึ้นตามนั้น

กดดันรัฐบาลขู่ปิดโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ5พ.ย.นี้

นายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ กล่าวว่า จริงแล้วการปรับขึ้นราคาน้ำตาล 4 บาทเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น เป็นมติความเห็นชอบของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล(กน.) ที่พิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์น้ำตาลโลกในปัจจุบันมีราคาที่สูงกว่าประเทศไทยจำนวนมาก ขณะที่เราจำหน่ายน้ำตาล20-23บาท แต่ราคาของตลาดโลกจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 40-50บาท และที่ผ่านมา เมื่อประมาณปี 2560/2561 ประเทศไทยได้ถูกประเทศบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลกได้ร้องในเรื่องของราคาน้ำตาลของประเทศไทย ที่รัฐบาลได้เข้าไปอุดหนุนราคาน้ำตาลช่วยเหลือขาวไร่ จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการจำหน่ายน้ำตาลในตลาดโลก รัฐบาลจึงได้ปล่อยให้ราคาอ้อยและน้ำตาลลอยตัวมา3-4 ปี ส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องแบกรับภาระการขาดทุนมาโดยตลอด

การปรับราคาน้ำตาล 4 บาทนั้น เป็นการแบ่ง 2 จะถูกแบ่งออกเป็น2ส่วนหลักๆ คือ ส่วนที่1 เงินจำนวน2 บาทแบ่งให้กับกองทุนน้ำตาล 2 บาทและอีก 2 บาท เป็นการช่วยเหลือก็ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่แบกรับปัญหา โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตหรือการปลูกอ้อยมีราคาที่สูงมาเป็นเวลานาน  หากเราไม่มีการปรับตัวในตามที่มติของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงเรานั้นมีราคาน้ำตาลทรายสูงกว่าของประเทศไทย ก็จะส่งผลให้น้ำตาลทะลักออกสู่ประเทศเพื่อนบ้านแบบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกองทัพมดที่พร้อมจะลักลอบส่งออกน้ำตาลเหล่านี้ไปสู่ประเทศที่บริโภคน้ำตาลแพงกว่าประเทศไทย อนาคตน้ำตาลภายในประเทศก็จะขาดตลาดทันที             

กดดันรัฐบาลขู่ปิดโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ5พ.ย.นี้

ในวันนี้ องค์กรหลักเราได้มีการพูดคุยใน4 องค์กรหลักได้แก่สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ,ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน,สหสมาคมชาวไร่อ้อย แห่งประเทศไทย ,สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย, ได้สรุปกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยกันปิดโรงงานผลิตน้ำตาลทั่วประเทศ พร้อมกันในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เพื่อไม่ยอมนำน้ำตาลในส่วนของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ในส่วน 70% เพราะหากจำหน่ายไปแล้ว เราก็จะขาดทุน ส่วนน้ำตาลดิบที่เหลืออีก 30% ที่เป็นโควตาของโรงงานก็จะปล่อยเป็นเรื่องโรงงานเราไม่ยุ่งเกี่ยวหากจะปล่อยไปจำหน่าย

สำหรับการเตรียมปิดโรงงานน้ำตาลครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำตาลในฤดหีบอ้อย ในปีนี้ ดังนั้น ข้อเรียกร้องของการปิดโรงงานน้ำตาลในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ตอบการแก้ปัญหาที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในส่วนเงิน2บาท ให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ประการที่สองเงินจำนวน 8,000 ล้านบาทที่จะช่วยเหลือการตัดอ้อยปี 2565/66 ตันละ120 บาท จะทำเช่นไร ซึ่งการปิดโรงงานในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดจนกว่าจะได้ข้อสรุปในการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ชัดเจน และหลังจากเสร็จสิ้นแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแล้วนายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต6ได้เปิดห้องประชุมกับคณะกรรมการบริหารของสมาคมชาวไร่อ้อยเพื่อกำหนดมาตรการและแบ่งหน้าที่ในการเคลื่อนไหวไปยังโรงงานเพื่อปิดโรงงานส่วน 70% ของสมาคมชาวไร่อ้อยไม่ให้ออกสู่ตลาดในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด