จากนั้นผู้เชี่ยวชาญป่าไม้ ได้ร่วมกันวัดปริมาตรไม้ และประเมินราคาไม้พะยูง พบว่าทั้งส่วนของตอไม้พะยูงจำนวน 17 ต้น ที่ถูกตัดไป และที่เหลืออีก 5 ต้น 2 ตอ ที่ยังไม่ถูกตัด จากการเปรียบเทียบราคาซื้อขายต้นต่อต้น กับราคาประมูลขาย ต่างกันลิบลับ โดยพบว่า ตามราคามาตรฐานของกรมป่าไม้ คำนวณได้ 4,500,000 บาท ขณะที่มีหลักฐานการซื้อขายตามใบเสร็จเพียง 153,000 บาท เท่านั้น
นายศุภศิษย์ กล่าวว่า กรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียนคำไฮวิทยา พื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมธนารักษ์ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องโดนสอบหมด เริ่มต้นจากโรงเรียน ชุมชน เขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ว่า เหตุผลการอนุญาตตัดไม้พะยูงมาจากอะไร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าเหตุผลไม่เพียงพอ ต้องเจอคดีทุกราย หากคิดว่าตนเองบริสุทธิ์ ก็ไม่ต้องกลัว ดังนั้นส่วนที่เหลือ 5 ต้น ระหว่างนี้ห้ามตัด
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ได้ลงมาดูพื้นที่ด้วยตนเอง ขอกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายป่าไม้ โรงเรียน ผู้นำชุมชน ร่วมตรวจสอบ มีจิตสำนึกรักษ์ หวงแหน ต้องร่วมกันรักษาไว้ก่อน ทั้งนี้ ตนได้มอบเป็นนโยบายในการประชุมประจำเดือนที่ผ่านมา โดยมีหนังสือแจ้งเวียนให้ทุกหน่วยงานรับไปปฏิบัติ การจะขออนุญาตตัดต้นไม้ ถ้ามีเหตุผลและความจำเป็นจริง ก็จะดูเป็นกรณีไป ในส่วนของการตัดที่โรงเรียนคำไฮวิทยา จะได้มีการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป
นายนิกร นามโส ผู้อำนวยการโรงเรียนคำไฮวิทยา ให้ข้อมูลสั้น ๆ ว่า วันที่มีการประเมินปริมาตรไม้พะยูงก่อนตัดขาย เป็นวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ตนไม่ได้อยู่ในโรงเรียน เพราะติดราชการนอกพื้นที่ ทราบเพียงว่ามีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2 คน กับครูโรงเรียน 1 คน ร่วมประเมินราคา ส่วนตนเองไม่มีความรู้เรื่องประเมินราคาไม้พะยูง
ส่วนประเด็น ไม้พะยูงหายที่เทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมีการออกหมายจับผู้กระทำผิด ตามพยานหลักฐานที่พบ ส่วนจะเป็นใครบ้างนั้นเป็นเรื่องในสำนวนของพนักงานสอบสวน ไม่ถือเป็นความลับ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้