นายณัฐวุฒิ ได้เล่าที่มาของครูกายแก้ว ว่า เกิดจากพระสงฆ์รูปหนึ่งที่จังหวัดลำปาง ได้ไปนั่งกรรมฐานที่นครวัด จนไปพบกับดวงจิตของครูกายแก้ว จากนั้นก็ได้รูปปั้นครูกายแก้ว ติดตัวกลับมาด้วย ก่อนรูปปั้นดังกล่าวจะตกไปอยู่กับ อ.ถวิล มิลินทจินดา แล้วก็ตกทอดมาสู่ อ.สุชาติ รัตนสุข อีกทอดหนึ่ง ซึ่ง อ.สุชาติ ก็ได้นำรูปปั้นเก็บไว้ที่สำนักที่ย่านบางพลัดมานานกว่า 40 ปี ขนต่อมา อ.สุชาติ ได้นิมิตรเห็นรูปลักษณ์ รูปร่างของครูกายแก้ว จึงได้เรียกช่างมาปั้นรูปเหมือนครูกายแก้ว ตามแบบที่นิมิตเห็นคือเป็นรูปครูกายแก้ว ในปางยืนซึ่งเป็นองค์ปฐมต้นแบบ ก่อนจะมาสร้างเป็นปางนั่งในภายหลัง
ตนในฐานะหลานของ อ.สุชาติ ซึ่งได้ศึกษาเรียนรู้หลักต่าง ๆ มาจาก อ.สุชาติ ซึ่งเป็นต้นสายของการบูชาครูกายแก้ว ท่านได้กำชับเตือนกับตนเอาไว้ว่า ห้ามเด็ดขาด อย่านำของสดไปไหว้บูชาครูกายแก้ว ให้นำแต่ผลไม้ ดอกไท้ ขนมหวาน หรือทองคำไปไหว้สักการะเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาจะเป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มผู้นับถือครูกายแก้ว ที่มีอยู่ประมาณ 300-400 คน ว่า ครูกายแก้วไม่ชอบของสด การตั้งโต๊ะทำพิธีจึงใช้วิธีจำลองขนมหรือถั่วต่าง ๆ ให้เป็นรูปของสดต่าง ๆ แทน ทั้งหัวหมู ไก่ เป็ด กุ้ง เป็นต้น จนกระทั่งเมื่อเริ่มมีกลุ่มผู้ศรัทธาเพิ่มขึ้น อ.สุชาติ จึงตัดสินใจนำรูปปั้นครูกายแก้ว ออกไปตั้งให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้กราบไหว้ที่แรกคือ เทวลัยพระพิฆเนศห้วยขวางและที่อาเขต
ประเด็นที่มีผู้คนในโซเซียลไปแนะนำว่าให้นำสุนัขหรือแมวไปบูชายัญครูกายแก้ว นั้น เป็นความเชื่อที่ผิดเพราะจากที่ตนศึกษากับ อ.สุชาติมา อ.สุชาติ ไม่เคยทำพิธีบูชาด้วยของสดแม้แต่อย่างเดียว การจะบูชาครูกายแก้ว ไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนชีวิตใครก็สามารถขอพรได้แล้ว แต่นี้แค่เริ่มต้นก็ไปทำกรรมแล้วไม่เป็นมงคล แล้วจะไปรับสิ่งที่เป็นมงคลได้อย่างไร
ตนขอพูดและฝากไปถึงคนที่คิดวิธีดังกล่าวด้วยในฐานะคนต้นสาย เพราะที่ผ่านมาตนก็กราบไหว้บูชามา 3-4 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำตามกระแสในตอนนี้ การบูชาครูกายแก้วต้องบูชาให้ถูกต้อง มากราบไหว้ท่านด้วยความศรัทธา และท่านก็ไม่ใช่เทพและไม่ใช่อสูร เพราะชื่อของท่านก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นครู และยังเป็นครูที่ อ.สุชาติ ท่านนับถือเป็นครูของท่านอีกองค์ ซึ่งในแต่ละปี อ.สุชาติ เองก็จะทำการปั้นรูปบูชาครูต่าง ๆ ของท่านออกมาปีละองค์ ดังนั้นเมื่อต้นสายยังไม่ไหว้ของสด ก็อย่าไปพิเรนทร์คิดอะไรเองขึ้นมา ให้ทำตามแบบที่เขาปฎิบัติกันมาเท่านั้น
เรื่องการขอพรหากขอการเงินก็ให้จับมือซ้ายแล้วอธิษฐาน การงานก็ให้จับมือขวาแล้วอธิษฐานแค่นั้นก็ขอ เมื่อได้ผลสำเร็จก็แค่กลับมาไหว้ท่านเท่านั่น ครูกายแก้วไม่ได้ต้องการอะไรจากเรา นอกจากสัจจะเท่านั้นที่เป็นเรื่องสำคัญตาม อ.สุชาติ บอกไว้ ส่วนกระแสวัตถุมงคลของครูกายแก้ว ที่กำลังเป็นมีราคาสูงขึ้นไปมากนั้น ตนเชื่อว่าวัตถุมงคลของครูกายแก้ว จะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็ล้วนแต่มีความศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน และยืนยันว่าทางต้นสายนี้ไม่มีการปั่นราคาวัตถุมงคลให้ขึ้นราคา ไม่ใช่วิธีการของสายนี้
นายณัฐวุฒิ อีกว่า ส่วนกระแสโจมตีครูกายแก้ว ที่บอกว่าไม่มีในประวัติศาสตร์ หรือเป็นตัวเวตาล ตนขอเรียนว่าเรื่องบางสิ่งบางอย่างต้องลองเปิดใจดูก่อน บางเรื่องรู้ได้เฉพาะตน จึงไม่ขอไปก้าวล่วงครูบาอาจารย์ของใคร เพราะแต่ละคนตนก็เชื่อว่าทุกคนก็ย่อมมีครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ อย่างองค์พระพิฆเนศเอง หรือพระพรหมก็ดี ตนถามว่าเคยมีใครเห็นตัวเป็น ๆ ของท่านหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่ความศรัทธาและความเชื่อของบุคคล แค่ความเชื่อและความศรัทธานั้นไม่ได้ไปเบียดเบียนชีวิตใคร เราก็มีสิทธิศรัทธาในความเชื่อของเราเอง
ตนขอยืนยันว่าครูกายแก้ว คือครูบาอาจารย์ เวตาลก็คือเวตาล อย่าเอาไปเหมารวมกัน ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้วนั้น ที่ผ่านมาก็ลูกศิษย์หรือคนที่มาบนบานขอพรจนสำเร็จเดินทางนำสร้อยทองคำมาถวายเป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันมีนำหนักรวมประมาณ 50 บาท ซึ่งทางเทวลัยก็จะนำทองเหล่านี้ไปหลอมสร้างพระประธานในวาระต่าง ๆ ต่อไป