เจาะลึกปมร้อน "ยิ่งชีพiLaw" เคลียร์ปมตั้ง "ทนายอานนท์" สู้คดี "9 บิ๊กนักการเมืองฮั้ว สว."
22 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

เจาะลึกปมร้อน "ยิ่งชีพiLaw" เคลียร์ปมตั้ง "ทนายอานนท์" สู้คดี 9 บิ๊กนักการเมืองฮั้ว สว." เอาฮาหรือเอาจริง? พร้อมเผยธงที่แท้จริง
ข่าว
22 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

เจาะลึกปมร้อน "ยิ่งชีพiLaw" เคลียร์ปมตั้ง "ทนายอานนท์" สู้คดี 9 บิ๊กนักการเมืองฮั้ว สว." เอาฮาหรือเอาจริง? พร้อมเผยธงที่แท้จริง
KEY
POINTS
จากกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ต่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ต่อมาพรรคภูมิใจไทยเตรียมฟ้องหมิ่นประมาท นายยิ่งชีพ จนเป็นกระแสดัง
22 กรกฎาคม 2569 ล่าสุด รายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" ทางช่อง Nation TV หมายเลข 22 ดำเนินรายการโดย ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ถึงประเด็นร้อนดังกล่าว โดยมีรายละเอียดการสนทนาดังนี้
ยิ่งชีพ ตอบว่า ไม่จริงครับ คือโพสต์ด้วยความระลึกถึงเพื่อนเฉยๆ เพราะมีคนเป็นห่วงเยอะ และมีเพื่อนเป็นทนายความหลายๆ ท่าน แวบแรกก็นึกถึง ทนายอานนท์ นำภา โพสต์ด้วยความระลึกถึง แต่ในทางกฎหมายทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ทนายอานนท์อยู่ในเรือนจำ ก็ทำไม่ได้จริงครับ
ยิ่งชีพ ระบุว่า (หัวเราะ) เอาไม่จริงครับ แต่เราก็เตรียมเรื่องนี้ เพราะถ้าเราพูดเรื่องนี้ออกไปสู่สาธารณะ ก็มีโอกาสโดนฟ้องอยู่ ผมก็คิดอย่างดีและศึกษาเรื่องนี้มานาน เตรียมข้อมูลโดยละเอียดทั้งหมด คัดมาตั้งแต่วันไปแถลงที่สภา เป็นข้อมูลประมาณ 4 หน้า ผมพูดประมาณ 8 นาที ได้คิดอย่างละเอียดแล้วว่าประโยคทุกประโยคมีหลักฐานอ้างอิง สามารถพิสูจน์ได้ ถ้าจำเป็นต้องขึ้นศาล ก็พร้อมพิสูจน์ว่าข้อมูลไหนเอามาจากตรงไหน
ยิ่งชีพ กล่าวว่า ครับ
ยิ่งชีพ เผยว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจครับ
ยิ่งชีพ ตอบว่า ทนายรอน ก็อาสามาครับ ทนายรอนก็เก่งครับ เรียนตรงๆ ว่าต้องดูงบประมาณด้วย ส่วนเนื้อคดีผมต้องทำเองอยู่แล้ว ส่วนทนายก็มาช่วยในการขึ้นศาล ทำธุรการ และเอกสารครับ
ยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า ใช่ครับ ทนายที่อาสามา ก็ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
ยิ่งชีพ ตอบว่า เรามีพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ได้คิดขึ้นเอง ไม่งั้นเราคงไม่มีภาพหลักฐานเป็นภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ทั้งหมดมีคนพูดไว้ เป็นผู้สมัคร สว. และรู้เห็นกระบวนการ นำเรื่องมาบอกพวกเราครับ
ผมเข้าใจว่าข้อมูลประมาณ 75-80% ที่ผมพูดไป ไม่ได้มีอะไรใหม่ เป็นการนำข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่ออยู่แล้ว ผมแค่มีหน้าที่มาต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน ส่วนอีก 20% จะมีข้อมูลที่พยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. เขาเคยพูดไว้ แต่ไม่กล้าออกมาพูดต่อสาธารณะ
ยิ่งชีพ เผยว่า สิ่งที่ผมทำเมื่อวานนี้คือการเรียบเรียงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยทุกประโยคที่ผมพูด มีพยานอ้างว่ามันเกิดขึ้น และผมขอให้ทาง "ฝ่ายค้านได้ตรวจสอบรัฐบาล" ว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ ผมไม่ได้ยืนยันว่าทั้งหมดมันเกิดขึ้น ใครบ้างที่จะทำความผิดกฎหมายไหน และจะต้องถูกลงโทษ อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของผม หน้าที่ผมคือเรียบเรียงข้อมูล เพื่อให้สังคมเข้าใจและนำมาบอกฝ่ายค้านให้ช่วยตรวจสอบ
ยิ่งชีพ เผยต่อ เรื่องนี้ถูกตรวจสอบในสภาน้อยมากในช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนพุ่งเป้าไปที่ "กลุ่ม สว." เป็นหลัก แต่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บุคคลที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลเท่าไหร่ ผมคิดว่าเราควรเอาข้อมูลตรงนี้ไปให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบให้มากขึ้นยิ่งชีพ กล่าวเพิ่มว่า พยานจำนวนหนึ่งที่ได้เห็นการจัดโพยจริงๆ ก็พร้อมมายืนยันให้การจริงๆการเปิดโปงเรื่องการทุจริตในประเทศนี้ ผมคิดว่าสำคัญและไม่ได้เป็นความผิด อย่างระเบียบประธานศาลฎีกาล่าสุด เรื่อง "การฟ้องปิดปาก (SLAPP)" บอกไว้แล้วว่า ถ้ามีใครมาพูดเรื่องการทุจริต แล้วถูกดำเนินคดี ก็จะเข้าข่ายว่าเป็นการฟ้องปิดปากหรือเปล่า ศาลต้องไม่รับนะครับ
ยิ่งชีพ เผยว่า ธงจริงๆ ชัดเจนครับ ข้อเรียกร้องของเราคือ เราอยากให้ กกต. สั่งฟ้องคดีนี้... ส่งฟ้องคดีนี้ทั้งหมดไปที่ศาล... เราไม่ได้บอกว่าใครผิดแน่ๆ ใครต้องถูกลงโทษ แต่ให้ไปพิสูจน์กันในกระบวนการศาล ที่องค์กรทำหน้าที่ตัดสินมีที่มาที่เป็นกลางและชอบธรรมกว่า กกต.
จังหวะมันก็ใกล้เข้ามาคือ กกต. เขาบอกว่าจะสั่งภายในเดือนสิงหาคมนี้ อยากให้ กกต. มาเป่าคดีแล้วยกฟ้องทั้งหมดแล้วจบไปเลยที่ กกต. แบบนี้มันจะน่าเกลียดมาก เลยคิดว่าต้องทำในช่วงนี้
ยิ่งชีพ กล่าวตบท้ายว่า ผมทำข้อเท็จจริงให้มันนิ่ง ให้มันเป็นระบบขึ้นมา นี่คือหน้าที่ของผมครับ