นอกจากนี้ ทันตแพทย์รักษารากฟัน ก็ยังต้องดูแลคนไข้ปกติด้านอื่นด้วย เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูนและใช้เวลาช่วงบ่าย มาดูแลคนไข้ ที่มารักษารากฟัน จะทำให้เหลือเวลาอีกแค่เพียง 4 คาบ อีกทั้งเวลาที่ใช้ในการรักษาแต่ละคน ก็ยังต้องใช้เวลานาน
ซึ่งต้องเข้าใจว่า ทันตกรรมนั้นมีคิวที่ยาวนานมาก ที่ผ่านมา ยังเคยนัดนานมากถึง 3 ปีมาก่อนแล้ว แต่ขณะนี้ ได้ปรับระบบใหม่ เพราะคิวนานมาก และเคสก็มีมาก ประกอบกับทันตแพทย์รักษารากฟัน กำลังจะลาออกไปอีก 1 คน ในช่วงสิ้นเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้
จึงทำให้เหลือทันตแพทย์รักษารากฟัน แค่เพียง 1 คนเท่านั้น ทางทันตกรรมจึงจะปรับใหม่ ให้ทันตแพทย์รักษาราก มาทำหน้าที่รักษารากฟันเพียงอย่างเดียว ตลอดทั้งวันและทุกวัน เพื่อเพิ่มอัตราการรักษา ส่วนเคสไหนที่อยู่ในพื้นที่ สามารถส่งได้ ก็จะพิจารณาส่งต่อไปยัง สถานพยาบาลที่อยู่ใกล้กว่า หรือเคสไหนที่ง่าย จะให้ทันตแพทย์อื่นช่วยทำ ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่เป็นปัญหามานานแล้ว
แฉต้นเหตุบุคคลากรทางการแพทย์ขาดแคลน
ด้าน พญ.นาตยา มิลส์ ผอ.รพ.พุทธโสธร กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.มีบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมดประมาณ 1,500 คน มาขอลาออกแทบทุกวัน เนื่องจากปัจจุบัน พยาบาลวิชาชีพทำงาน 8 ชม. อยู่กับโรงพยาบาลได้เงินค่าจ้างวันละ 700 บาท และงานยังหนักมาก แต่เมื่อไปทำงานอยู่ภายในห้องพยาบาล ตามสถานประกอบการเอกชน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ทำงานเพียง 1 - 2 ชม. ได้ค่าจ้างมากถึง 2 พันบาท อันนี้เป็นความจริงที่เกิดในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา
ซึ่งต่างจากโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่ห่างไกล ที่ คนจะรักในเกียรติและศักดิ์ศรีทางวิชาชีพพยาบาลมาก หากใครได้มาทำงานด้านนี้ จะถือว่าเป็นเกียรติแก่ครอบครัว จึงทำให้ไม่มีใครยอมลาออก ทิ้งหน้าที่การงานไปง่าย ๆ
แต่ที่นี่กลับไม่ใช่ เพราะมีทางเลือกมากกว่า จากการที่มีสถานประกอบการ ในพื้นที่มากถึงกว่า 4,500 แห่ง จึงทำให้หัวหน้าพยาบาลปัจจุบัน ไม่มีวันไหนที่จะไม่ปวดหัว จากการที่น้อง ๆ เหล่านี้มาขอลาออก เพื่อไปอยู่ในห้องพยาบาลตามโรงงาน
ส่วนสาเหตุที่คนไข้ล้นโรงพยาบาล เพราะสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้มีคนป่วยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมเมืองฉะเชิงเทรา เห็นได้ชัดจากการที่ เราเปิดวอร์ดจิตเวชจำนวน 15 เตียงขึ้นมา ซึ่งก็มีผู้ป่วยเข้ามาจนเต็มในทันที สะท้อนได้ว่า สภาพจิตใจของคนในสังคมไม่ค่อยดี มีการใช้ยาเสพติดมากขึ้น มีความก้าวร้าวรุนแรง และมีอะไรที่คล้ายจะเป็นปัญหาสังคม ชาวฉะเชิงเทราเพิ่มขึ้นมามากพอสมควร
ดังนั้น โรงพยาบาลจึงเป็นเสมือนปลายทาง รองรับปัญหาของสังคม และปัญหาสุขภาพ แม้ว่าเราจะเอาเทคโนโลยีชั้นสูงขนาดไหนมาใช้ แต่ยังพบว่า จำนวนคนไข้ไม่ได้ลดลงเลย