หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า วันนี้อาตมาไม่มีความเห็นที่จะไปตอบโต้อะไรกับใคร เพราะสิ่งที่ออกมาแสดงความเห็นก็กลัวว่า ปัญหาที่ไม่เหมาะไม่ควรจะเลยเถิดไปกันใหญ่ ซึ่งคนที่ด่าก็ไม่ได้สนใจ ซึ่งก็ได้ให้มองย้อนกลับมาว่า ที่เขาตำหนิมามันจริงหรือไม่ ซึ่งเราต้องมีศีล สมาธิ และปัญญาในการคิดตรึกตรอง ส่วนการที่อาตมาได้พูดไปแล้วด้วยหลักการหากเขาคิดว่าเขาถูก อาตมาก็ทำอะไรไม่ได้ คือถ้าเราไม่ฟังใครแล้วใครจะสามารถมาท้วงติงเราได้ ซึ่งอาตมาก็กลับมาให้คิดถึงหลัก คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อย่างมีเหตุผล
ส่วนที่ทั้ง 2 คนมีการออกมาวิจารณ์อย่างหนัก บอกก่อนว่าเขาไม่ใช่คู่กรณีอาตมา และที่เขาพูดมาหากเราเป็นคนไม่ดีและโกหกหลอกลวงชาวบ้าน ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีเราก็อยู่ไม่ได้ เพราะอาตมาก็อยู่ในระบบที่มีคณะสงฆ์ปกครองภายใต้กฎของมหาเถรสมาคม ซึ่งเราต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรอยู่ ซึ่งหากเป็นไปตามที่เขาว่าก็ต้องหลบไปหาที่ซ่อนตัวจากสังคมไปแล้ว และคนเราต้องดูว่าเราอยู่เหนือหรือภายใต้เหตุผล
"อาตมาบวชอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ก็มีพระผู้ใหญ่คอยตักเตือน เราเป็นพระผู้น้อยก็คอยรับฟังคำชี้แนะไปตามลำดับ ซึ่งมีเจ้าคณะจังหวัดดูแลเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะอำเภอก็ดูแลเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะตำบลก็มาปกครองดูแลเจ้าอาวาส ซึ่งก็อยู่ตามรูปแบบการปกครองของคณะสงฆ์ และที่พูดก็ไม่ได้ไปเปรียบกับใครและไม่อยากให้แง่คิดกับใครแต่ขอพูดแนวทางนี้จากตัวเอง" หลวงพี่น้ำฝน กล่าวปิดท้าย