ขณะที่ คุณครูผู้หญิง ที่เป็นคนโทรแจ้งผู้ปกครอง เปิดเผยว่า ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ครูผู้ก่อเหตุเข้ามาที่ห้องเรียน แต่ไม่ใช่เวลาสอนของครูผู้ก่อเหตุ ซึ่งก็ไม่ได้มีท่าทีผิดปกติอะไร จากนั้นคุณครูผู้หญิงได้เรียกเด็ก ๆ ไปรวมแถวหน้าหน้าอาคาร เด็ก ๆ ก็ได้ลงกันมาทั้งหมด ต่อมาครูผู้ก่อเหตุ ได้เรียกเด็ก ๆ ทั้ง 3 คน ให้ไปปิดไฟห้องเรียน
ซึ่งเด็ก ๆ บอกว่า เหตุผลที่ไม่ได้ปิดไฟแล้วลงมาจากห้องเรียน เพราะว่าเห็นครูผู้ก่อเหตุ นั่งอยู่ในห้องเรียน หลังจากนั้นเด็ก ๆ ก็ได้กลับเข้าไปบริเวณห้องเรียนอีกครั้ง ซึ่งเด็ก ๆ ขึ้นไปประมาณ 5 นาที ก่อนวิ่งลงมาบอกคุณครูผู้หญิงว่า ถูกครูผู้ก่อเหตุ เรียกเด็ก ๆ มานั่งตัก กอด หอม จูบปาก จับอวัยวะเพศ และลูบคำทั้งตัว
ส่วนเด็ก ๆ ที่ถูกล่วงละเมิด เมื่อสอบถามว่า ได้ถูกกระทำจริงหรือไม่ เด็ก ๆ ยืนยันว่า ถูกกระทำจริง ก่อนจะถูกกระทำนั้น ครูผู้ก่อเหตุได้พูดว่า คิดถึงจังเลย และครูก็จะให้กินยาด้วย (ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าคือยาอะไร) แต่เด็ก ๆ ไม่ได้กิน
เมื่อสอบถามครูผู้ก่อเหตุว่า ให้เด็กกินยาอะไร ครูผู้ก่อเหตุนั้นตอบไม่ชัดเจนว่าคือยาอะไร พูดวกไปวนมา บอกเพียงว่าเด็ก ๆ ขอยากิน ก็เลยป้อนยาเด็ก ๆ เมื่อสอบถามต่อว่า ใช้อะไรป้อน ครูผู้ก่อเหตุ ก็พูดวกไปวนมาอีก ซึ่งตอนแรกบอกว่า ใช้ปากป้อน ตนยังแสบคออยู่เลย ไม่ได้ตั้งใจจูบปาก แค่จะป้อนยาเท่านั้น แต่เมื่อพูดไปพูดมาสักพัก ก็บอกว่าใช้มือป้อนไม่ได้ใช้ปาก
ต่อมา ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เรียกผู้ปกครองเด็ก ๆ เข้าไปพูดคุยภายในห้องประชุม พร้อมกับคุณครูท่านอื่น ๆ มีผู้ชายอีกคนอ้างว่า เป็นทนายของผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในห้องประชุมด้วย จากการพูดคุย ผู้ปกครองได้เล่าว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียน พยายามจะไกล่เกลี่ยให้ผู้ปกครองยอมความ
โดยมีชายที่อ้างตัวว่า เป็นทนายพยายามเสนอเงินให้กับผู้ปกครอง ในตอนแรก เสนอเงินจำนวนหลักหมื่นบาท แต่ผู้ปกครองก็ไม่ยอมรับเงิน และยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ชายคนดังกล่าวก็ได้เสนอจำนวนเงินหลักแสนบาทมาอีกครั้ง ผู้ปกครองก็ไม่ยอมรับ
ระหว่างพูดคุยกันอยู่นั้น ทางชายที่อ้างตัวว่า เป็นทนาย ได้มีคำพูดถ้อยคำที่ไม่ดีกับผู้ปกครอง ทางผู้ปกครองจึงได้พูดไปว่า ทนายนี่ปากแซบเนอะ ปากแซบดีจริง ๆ ชายคนดังกล่าวจึงเกิดความไม่พอใจ และได้พูดกลับมาว่า แซบตรงไหน ก่อนเดินพุ่งเข้ามาหาผู้ปกครองทันที ซึ่งผู้ปกครองก็บอกกลับไปว่า มึงมาสิ มึงมา
จากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนจึงได้เดินมาบอกว่า ให้ใจเย็น ๆ จากนั้นก็ดึงชายคนดังกล่าว ที่อ้างว่าเป็นทนายแยกออกไป ทางผู้ปกครองก็ได้ตะโกนกลับไปอีกว่า เอาไหมมึงกับกูคนละ 500 เอาไหมละ จากนั้นผู้ปกครองของเด็ก ๆ ทั้ง 3 คน ก็ได้ยืนยันว่า จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และไม่รับเงินตามที่ได้เสนอมา เพื่อให้ยอมความ เนื่องจากผู้ปกครองรับไม่ได้ กับพฤติกรรมของครูคนดังกล่าว
ผู้ปกครองระบุว่า หากยอมความไป ก็จะได้ใจ และอาจไปก่อเหตุกับเด็ก ๆ คนอื่นอีก เพราะมีข้อมูลว่า ครูผู้ก่อเหตุ นั้นได้สอนอยู่หลายโรงเรียน และคาดว่า น่าจะมีเด็ก ๆ คนอื่น ทั้งในโรงเรียนที่เกิดเหตุ และโรงเรียนอื่น ๆ อาจจะโดนกระทำเช่นนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำเด็ก ๆ ผู้หญิงทุกคนในโรงเรียน รวมถึงโรงเรียนอื่น ๆ ที่ครูคนนี้ไปสอนอยู่ด้วยว่า มีใครที่ถูกกระทำแบบนี้อีกหรือไม่ เนื่องจากว่าเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจของเด็ก ที่อาจจะถูกกระทำอยู่แต่ไม่กล้าบอกผู้ปกครอง
หลังจากเจรจากันไม่สำเร็จ ผู้ปกครองจึงได้นำเด็ก ๆ เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านนา โดยผู้ปกครองได้ขอให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียน พาเด็ก ๆ ไป สภ.บ้านนา ด้วย แต่ผู้อำนวยการกลับปฏิเสธ ที่จะพาเด็ก ๆ ไปกับผู้ปกครอง โดยได้บอกว่าตนติดธุระ ไม่สามารถไปด้วยได้ ทางผู้ปกครองจึงได้พาเด็ก ๆ ไปแจ้งความ พร้อมกับทีมเพจเรื่องจริงนครนายก จากนั้นได้ประสานไปยัง พม. เพื่อให้เข้าช่วยเหลือ และดูแลสภาพจิตใจของเด็กๆ
ทั้งนี้ พม. แจ้งว่า เข้าถึงข้อมูลค่อนข้างยาก เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากทางโรงเรียน จึงได้ประสานไปที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เพื่อที่จะติดตามคดี และส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เข้าสอบปากคำเด็ก พร้อมกับตำรวจในวันที่ 25 ก.ค. นี้
เบื้องต้น จากการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 1 – 10 ปี หรือปรับ 10,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหลังจากนี้ ต้องรอตำรวจสอบปากคำ และรวบรวมข้อมูลหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง ถึงจะสามารถสรุปผลว่า การกระทำของครูผู้ก่อเหตุดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ในข้อหาอื่น ๆ อีกหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังได้รับแจ้งจากทาง เพจเรื่องจริงนครนายก ทางโรงเรียนจะทำการฟ้องทางเพจและผู้ปกครอง ที่ทำให้ทางโรงเรียนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งทาง เพจเรื่องจริงนครนายก ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หากโดนฟ้องมาก็พร้อมจะต่อสู้คดี
เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุ ทางเพจได้โพสข้อความถึงเหตุการณ์ นำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้ข่าว เพื่อเป็นการเตือนภัยสังคม และให้ผู้ปกครองติดตามเอาใจใส่ลูกหลาน ยืนยันว่า ไม่เคยเอ่ยชื่อโรงเรียน ชื่อครูผู้ก่อเหตุ แต่อย่างใด ซ้ำยังงงว่า ทำไมผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่ช่วยเหลือเด็กอย่างเต็มที่ ทั้งที่คนทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียนั้น ควรจะเป็นฝ่ายครูผู้ก่อเหตุมากกว่า ไม่ใช่คนที่ลงไปช่วยเด็ก ๆ
ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า เรื่องนี้ ทาง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้ประสาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยติดตามคดี ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการในทันที และทาง น.ส.ปนัดดา พร้อมส่งทนายความ ลงมาช่วยเหลือในทันที หาก เพจเรื่องจริงนครนายก นั้นโดนฟ้องจริง เนื่องจาก เพจเรื่องจริงนครนายก นั้น เป็นมูลนิธิองค์กรทำดี สาขานครนายก ของทาง น.ส.ปนัดดา ด้วย
ขอบคุณภาพและข้อมูล : เพจเรื่องจริงนครนายก