ล่าสุด พ.ต.อ.ไพทูร พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เรียกลูกจ้าง ที่ขับรถยนต์กระเช้าสีส้ม ของเทศบาลแห่งหนึ่งมาให้ปากคำ กรณีมีการนำเสาไฟไปขายที่ร้านของเก่า เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใด เข้าแจ้งความถูกลักทรัพย์ หลังจากเสาไฟสูญหาย
ขณะที่การเรียกบุคคลมาให้ปากคำ หรือมีหมายเรียก จะต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ และจะต้องมีพยานหลักฐาน เชื่อมโยงถึงกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ยืนยันว่า ทางตำรวจได้แจ้งหนังสือให้เทศบาลเมืองประจวบฯ สำนักงานโยธาจังหวัด เพื่อสอบถามว่า หน่วยใดรับผิดชอบ ให้นำเอกสารหลักฐานตามระเบียบพัสดุ ของทางราชการมาแสดงเป็นเจ้าของทรัพย์
นายสมบูรณ์ เทพประดิษฐ์ ทนายความ อดีตรองประธานสภาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อดีตสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) 3 สมัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน การเสนอญัตติในการประชุมสภาเทศบาลที่ผ่านมา ยืนยันว่า สภาเทศบาลไม่เคยมีมติ รับมอบทรัพย์สินเสาไฟสับปะรด ที่ติดตั้งบริเวณสันเขื่อนกันคลื่น อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ในสภาพชำรุด และตนยังเป็นผู้อภิปรายคัดค้าน การรับมอบหลายโครงการที่เสนอเข้ามา เนื่องจากเข้าข่ายผิดระเบียบพัสดุ
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า เพื่อให้มีข้อยุติและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย สำนักโยธาธิการจังหวัด และเทศบาลเมืองประจวบฯ ควรนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ออกมาชี้แจงว่า มีการรับมอบโครงการที่ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติหรือไม่
โดยเฉพาะเทศบาลหากอ้างว่า ไม่ได้รับมอบโครงการ เหตุใดจึงใช้งบประมาณซ่อมไฟสับปะรดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประชาชนที่พบเห็นว่า ทรัพย์สินของทางราชการ ถูกขโมยไปขายให้ร้านของเก่า ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนได้