ด้าน ผู้ปกครองรายหนึ่ง ซึ่งมีเด็กในปกครอง 4 คน ไปเรียนที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตนเป็นป้าขอเด็กทั้ง 4 คน โดยน้องชายของตนนำมาฝากไว้ ซึ่งน้องชายเป็นชาวไทใหญ่หนีการสู้รบระหว่างทหารเมียนมา และกองทัพไทใหญ่ ทำให้เด็ก ๆ ประสบความลำบากจึงนำมาฝากตน ซึ่งได้สามีเป็นคนไทยและทำงานอยู่ในจังหวัดเชียงราย
ผู้ปกครองรายนี้ กล่าวอีกว่า เดิมทีหลาน 3 คน ได้เข้าเรียนในโรงเรียนบนดอยในจังหวัดเชียงราย แต่เพื่อนหลานได้มาชวนไปเรียนที่อ่างทอง ประกอบกับตนต้องเลี้ยงลูก 2 คน ทำให้ค่าใช้จ่ายที่จะเลี้ยงหลานไม่เพียงพอ จึงอนุญาตให้ไปเรียนที่อ่างทอง ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเห็นเด็ก ๆ เรียนไปได้ด้วยดี แต่กลับถูกส่งกลับมายังเชียงราย และเมื่อตนสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเพื่อให้หลาน ๆ ได้ออกมา แต่กลับถูกปฎิเสธโดยบอกว่าตนไม่ใช่พ่อแม่
พ่อแม่เขาทำงานอยู่ฝั่งนู้น นาน ๆ พ่อของเด็กจะโทรมาหา เพราะในพื้นที่เขาไม่มีสัญญาณ ฉันอยากให้เด็ก ๆ ได้ออกมาเรียนหนังสือ ไม่อยากให้เสียเวลาอีก ถ้าเขาจะเอาฉันติดคุกฉันก็ยอม แต่ขอให้เด็กๆออกมาเถอะ ฉันชวนเจ้าหน้าที่ให้มาดูที่บ้าน อยากให้เห็นว่าเรามีหลักมีฐาน ไม่ใช่แก็งค์ต้มตุ๋น แต่เขาก็ไม่มา ฉันไม่รู้ทำอย่างไร รู้สึกเครียดมาก
ผู้ปกครองรายนี้ กล่าวด้วยว่า รู้สึกเสียใจที่เด็ก ๆ ต้องออกจากการเรียนกลางคัน เพราะพวกเขาอยากเรียนหนังสือแต่กลับไม่ได้เรียน ตอนแรกก็เบาใจที่เด็กได้ไปเรียนโรงเรียนประจำ แต่จู่กลับเกิดเรื่องเกิดราวซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียดว่าปัญหาคืออะไร และตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์ของหลานเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถติดต่อโดยตรงได้จึงรู้สึกเป็นห่วงมาก