พ.ต.อ.กรวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของตน และ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ขอยืนยันว่าทีมงานบริสุทธิ์ ตนเองรับราชการมา 30 ปี แม้ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในองค์กรตำรวจแล้ว แต่ยังมีความรักในอาชีพตำรวจ ไม่อยากให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนการกล่าวหาและสร้างพยานเท็จ ผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบ รวมทั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่มีการตั้งขึ้นมา และไปกล่าวหา ก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและครอบครัว รวมทั้งชื่อเสียงที่สั่งสมมาตลอด ขอยืนยัน พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ และตนเองพร้อมทีมทำคดี ทำงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ทุกวันนี้หนักใจในเชิงสังคม เพราะสื่อมวลชนมีการพิพากษาไปแล้ว ส่วนผู้บังคับบัญชาพูดไปก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีเจตนาอะไร อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ศาล รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม จะเป็นตัวชี้วัดว่าเรื่องจริงคืออะไร