พระพยอม กล่าวอีกว่า กรณีนี้ทราบว่ามีประวัติมีวีรกรรมมากมาย ทั้งขับรถไปจอดขวางกลางถนน ปล่อยงู เทน้ำแดงราดตัว จนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว เห็นได้ว่าจิตไม่ปกติแล้ว เพราะคนปกติคงไม่ทำ ศีลแปลว่าปกติ ถ้าไม่ปกติแล้วจะไปขอบวชเป็นพระก็ไม่ควรรับ หรือบวชให้ ถือว่าพระอุปัชฌาย์ไม่รอบคอบ ถ้าบวชให้ไปแล้วและยังไปก่อความเดือดร้อนวุ่นวายสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น ก็ต้องขับออกจากวัดไปหรือที่เรียกว่า อัปเปหิออกไป ถ้ายังดื้ออยู่ต่อไม่ไปก็ต้องถึงขั้นจับสึก
การเอาเลเซอร์ไปนิงใส่ตาเด็กถือเป็นการเบียดเบียนเด็ก ทำให้เด็กแสบตาเดือดร้อนรำคาญ ทำให้เด็กเป็นทุกข์ ไม่ใช่เรื่องหรือหน้าที่ของสมณะ สมณะต้องสร้างความสุข ความฉลาด สร้างปัญญาให้กับเด็ก ไม่ใช่ไปทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้
พระพยอม กล่าวต่อมาอีกว่า คนที่จะบวชพระได้นั้น ถ้ายังมีคดีความอยู่ยังไม่จบยังไม่พ้นมลทินหรือพ้นความผิดตามกฎหมายแล้ว เขาไม่ให้บวชเป็นพระ การจะบวชพระจะบวชได้กับพระอุปัชฌาย์เท่านั้น ยกเว้นเสียแต่ตะแอบไปบวชเองกับต้นไม้ แล้วโกนหัวเองห่มผ้าเหลืองเอง ซึ่งก็จะไม่มีใบสุทธิที่พระอุปัชฌาย์ผู้บวชให้ต้องออกให้กับผู้บวช
ยิ่งในยุคนี้ การจะบวชเป็นพระสงฆ์ได้นั้นจะต้องถูกตรวจสอบเข้มข้นจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกว่าจะบวชพระได้ อาตมาจึงไม่แน่ใจว่ากรณีนี้หลุดไปบวชเป็นพระได้อย่างไร ขนาดที่วัดสวนแก้วเอง มีคนมาขอบวชพระมากมาย อย่างมาขอบวชกัน 10 คน ถูกตรวจสอบตรวจประวัติดูว่าต้องคดีอะไร ร้ายแรงไหม ก็จะเหลือมาบวชเพียงไม่กี่คน ยิ่งถ้ากรณีจิตใจไม่ปกติแล้วมาบวชเป็นพระได้ถือว่า วิปลาศ