นายอนุกูล ยังฝากถึงคนที่อยากจะปองร้าย น.ส.ไก่ โดยยืนยันว่า จะไม่ปกป้องคนสร้างปัญหาแน่นอน คนเหล่านั้นต้องยอมรับความจริง ทำอะไรไว้ก็ต้องโดนสอบ ยิ่งหากมายุ่งกับคนร้องเรียนเยอะ ก็ยิ่งต้องสอบหนักเป็นพิเศษ
ส่วนกรณีที่ น.ส.ไก่ กังวลเรื่องผู้มีอำนาจ ซึ่งปัจจุบันบางคนยังดูแลเด็กอยู่ ห่วงความปลอดภัยของเด็ก ทางปลัด พม.กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องและรับรู้เรื่องนี้ อย่างไรก็ตามอยากบอกว่า ไม่ต้องกังวล โทษหนักสูงสุดคือถึงศาลอาญา และจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงคนที่คิดว่า ตัวเองเป็นผู้มีอิทธิพลพลในพื้นที่ ยืนยันว่า ไม่สามารถหวังพึ่งพิงใครได้แน่นอน
ส่วนเรื่องที่ทราบว่า มีบุคคลนอกที่สนิทกับผู้มีอำนาจในสถานที่ (สามีของ ผอ.) เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเชิงนั่งแท่นเป็นประธานจัดอบรม หรือในฐานะวิทยากรนั้น หากยุ่งเกี่ยวกับเด็ก หรือมีส่วนในการจัดการงานโดยไม่ถูกต้อง หวังผลประโยชน์บางอย่าง ก็จะไม่ปล่อยไว้ ต้องตรวจสอบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หากบุคคลนั้นเข้ามาเป็นวิทยากรจริง ก็จะแค่ตักเตือน
สำหรับการดำเนินการกับผู้กระทำผิด ยอมรับว่า เชื่อในพฤติกรรมที่เป็นข่าวว่า น่าจะจริง และถือว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก แต่อย่างไรก็ตาม ต้องพิสูจน์ตามขั้นตอน
ฐานะปลัดกระทรวง พม. ก็อยากขอโทษสังคม แทนซาตานในคราบเจ้าหน้าที่ทุกคน แม้นว่าบางสิ่งจะเป็นเรื่องของบุคคล แต่เมื่อหลาย ๆ คนกระทำร่วมกัน ก็หมายถึงกระทรวงเช่นกัน และอยากฝากถึงคนที่ยังกระทำแบบนี้ แต่ยังหลบซ่อนอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม ไม่ว่าทำที่ไหนก็ไม่มีสิทธิ เพราะเป็นเรื่องของสิทธิเด็ก เป็นสิ่งที่พึงเคารพ เป็นเรื่องต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่เลี้ยง ต้องเป็นที่ไว้วางใจได้
นายอนุกูล ยังกล่าว่า ถึงโน๊ตมาตรการบทลงโทษ 3 ข้อใหญ่ที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า ยืนยันว่ากระทรวงไม่เคยมีการออกมาตรการเหล่านี้ น่าจะเป็นมาตรการที่พี่เลี้ยง ร่างขึ้นมาเองและสืบทอดการปฎิบัติกันเป็นระยะเวลานานพออสมควร เพราะการกำหนดโทษต้องเหมาะกับเด็ก อย่างการงดขนม เข้าห้องมืดนั้น ทำไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่การให้นั่งสมาธิ หรือบำเพ็ญประโยชน์ อาจสามารถทำได้ตามศักยภาพของเด็กแต่ละวัย
ทั้งนี้หากถามย้อนไปถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น ปฎิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัดของงบประมาณ กำลังจ้างพี่เลี้ยง เจ้าหน้าที่อาจไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็ก ทำให้เกิดแรงกดดันในการทำงาน หลังจากนี้ก็สัญญาว่าจะรื้อระบบใหม่ ปรับคุณภาพชีวิตพี่เลี้ยงให้มีชีวิตที่ดีขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันให้เหมาะกับความเสี่ยง ให้กลายเป็นพี่เลี้ยงที่แข็งแกร่ง
ในระยะยาวอาจใช้ระบบหมุนเวียนพี่เลี้ยง หรือพนักงานที่ประจำอยู่ที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ แต่ขณะที่เดียวกันก็ต้องขอความร่วมมือจากสหวิชาชีพ กระทรวงการคลัง และรัฐบาล ที่ต้องเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ด้วย การพัฒนาคุณภาพถึงจะก้าวไปข้างหน้าได้
เบื้องต้นสิ่งแรกที่จะทำคือ สั่งกำชับให้หน่วยงานสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ ประเมินตัวเองภายใน 2 สัปดาห์ ว่า เกิดปัญหาอะไรบ้าง สภาพความเป็นอยู่ของเด็กและเจ้าหน้าที่ รวมถึงพี่เลี้ยงเป็นยังไง มีภาวะเสี่ยงหรืออะไรที่ผิดปกติหรือไม่ เพื่อดำเนินการแก้ไข แต่ในส่วนของ จ.สระบุรี คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ น่าจะมีความคืบหน้าในทางที่ดี
ด้าน นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ชี้แจงหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานสงเคราะห์ที่เกิดเหตุว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการสอบข้อเท็จจริงจากเด็กทั้ง 9 คนแล้ว และหลังจากนี้จะดำเนินการสอบพี่เลี้ยง และเด็กทุกคน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง คาดว่าน่าจะเสร็จภายในเดือน มิ.ย. นี้ โดยต่อจากนี้จะยกเครื่องทุกมิติ ทั้งการบริการจัดการเด็ก และคุณภาพสถานสงเคราะห์ว่า ได้มาตรฐานหรือไม่ รวมทั้งฟื้นฟูจิตใจเด็กที่อยู่ในนั้นด้วย