ขณะเดียวกัน ที่สนามชนไก่ ในพื้นที่ ต.เขาชนกัน อ.แม่วงก์ พบว่า วันนี้ (22 พ.ค.) พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.4 บก.ปปป. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ในสังกัด มาที่สนามชนไก่ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม นายนพดล ฆ้องสระน้อย อายุ 46 ปี เจ้าของสนามไก่ชน
มีการสอบปากคำในมิติหลายประเด็น เกี่ยวกับผู้ร่วมขบวนการ เรียกรับสินบนร่วมกับนายอำเภอว่า มีคนอื่น และข้าราชการคนอื่น เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ รวมถึงเส้นทางการจ่ายเงิน การโอนเงินค่าสินบน ไปจ่ายที่ไหน หรือโอนเข้าบัญชีใคร เพื่อให้ครอบคลุมประเด็น ให้สิ้นสงสัยทุกมิติ อีกทั้ง ยังจะมีการตรวจสอบอำเภออื่น ๆ ของ จ.นครสวรรค์ ด้วยว่า มีการเรียกรับสินบน ในแบบกรณีเดียวกันนี้ด้วยหรือไม่
หลังจากเสร็จสิ้นการสอบปากคำ นายนพดล เจ้าของสนามชนไก่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ทางตำรวจได้มาสอบปากคำเพิ่มเติม ในส่วนที่ยังค้างเอาไว้อยู่ เพิ่มกับสอบหาข้อมูลเพิ่มในเบื้องลึก ซึ่งที่ผ่านมามีนอกมีในหมด แต่ตอนนี้ตนยังเปิดเผยรายละเอียดอะไรให้ไม่ได้ แต่ข้อมูลจากตนทั้งหมด ก็ได้ให้การ พร้อมกับส่งมอบหลักฐานต่าง ๆ ที่ตนมี ไปให้กับตำรวจหมดแล้ว
ส่วนเรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อ ก็ต้องให้ทางตำรวจ ปปป. เป็นผู้ดำเนินการไป แต่ตนยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องยาว และเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน อีกทั้ง เร็ว ๆ นี้ ทางตำรวจจะเดินทางกลับมา สอบปากคำตนต่ออีกรอบหนึ่งด้วย
นายนพดล กล่าวยืนยันว่า สนามชนไก่ของตน ขออนุญาตเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสิ่งที่ร้องเรียนไปจนนายอำเภอถูกจับ ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องการเรียกร้อง ขอความเป็นธรรม ไม่ใช่แค่เฉพาะสนามของตนเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับสนามชนไก่ทุกอำเภอด้วย ส่วนตัวอยากให้วงการสนามชนไก่ทุกอำเภอ ทำเรื่องขออนุญาตเปิดอย่างถูกต้อง และไม่ต้องมีนอกมีใน ไม่ต้องไปจ่ายค่าดูแลให้ใครอีก
ที่ผ่านมาตนเครียดมาก เพราะนอกจากสนามจะขาดทุนแล้ว ยังต้องมาพะวะพะวง กับการถูกตามทวงตามรังควาน เรียกค่าดูแลจากคนกลุ่มนี้ ให้เสียภาษีอย่างเดียวจบ ๆ ไปเลยดีกว่า
นายนพดล ยังกล่าวอีกด้วยว่า ขอให้เจ้าของสนามไก่ชน หรือบรรดาคนในวงการไก่ชนบางส่วน อย่ามาข่มขู่อะไรตนอีกเลย ตนบอกเลย ไม่กลัว ตนเปิดหน้าสู้มาขนาดนี้แล้ว ไม่กลัวตายหรอก แต่ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเลย
ด้านหลักฐานตนเองได้เก็บไว้หมด เนื่องจากทางสนามไก่ชน ได้ตั้งกลุ่มไลน์ และมีการโอนเงินให้บุคลหนึ่ง ซึ่งรับหน้าเสื่อ ในการจ่ายเงินให้ระดับจังหวัด เบื้องต้นได้มอบให้เจ้าหน้าที่ไปหมดแล้ว ส่วนจะขยายผลไปถึงใคร ก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่