สืบเนื่องจาก นายอำเภอคนดังกล่าว มีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการสนามไก่ชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ แลกกับการออกใบอนุญาต (พ.น.4) เพื่อให้สามารถจัดให้มีการเล่นการพนันได้ โดยเรียกเก็บเป็นรายเดือน เดือนละ 3,000 บาท ทั้งที่ตามความเป็นจริงแล้ว การขอใบอนุญาตดังกล่าวจะเสียค่าธรรมเนียม สังเวียนละ 220 บาทต่อเดือน ซึ่งสนามชนไก่ของผู้เสียหาย มี 6 สังเวียน จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 1,320 บาทต่อเดือน แต่ที่ต้องเรียกเก็บเพิ่มเพราะ นายอำเภอ อ้างว่าเป็นค่าดูแล
ผู้เสียหายเกรงจะกระทบธุรกิจ จึงยอมจ่ายเงินให้จำนวน 2 เดือน รวม 6,000 บาท ก่อนที่ต่อมาจะขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงติดค้างอยู่ 1 เดือน ทำให้ถูกนายอำเภอ ทวงถาม พร้อมบังคับให้จ่ายล่วงหน้าอีก 3 เดือน รวม 12,000 บาท โดยข่มขู่ว่าหากไม่จ่ายสนามไก่ชนจะถูกปิด ผู้เสียหายหวาดกลัวจึงนำเรื่องเข้าร้องเรียน ก่อนจะมีการวางแผนให้ผู้เสียหายนำเงินส่วนที่เหลือ ไปจ่ายให้กับนายประสิทธิ์ตามข้อเรียกร้อง กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีการเรียกรับเงินจริง จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมกับเงินของกลางดังกล่าว