ด้าน แม่ชีอัน เล่าว่า ตนบวชชีได้ 20 พรรษา บวชพร้อมกับพระเบิร์ด ซึ่งพระเบิร์ดพูดดีมีจิตวิทยาสูงเป็นพระสอนนั่งสมาธิภาวนา ซึ่งสอนอยู่ในวัดแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีมาหลายปี ต่อมาได้มีการเชิญพระเบิร์ดไปสอนที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพระเบิร์ดได้ให้ตนไปเป็นล่ามภาษาจีน และภาษาอังกฤษให้
ครั้งแรกที่ น.ส.ปอ มาเล่าให้ฟังว่าโดนพระเบิร์ดลวนลามตนไม่เชื่อ เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเห็นพระเบิร์ดปฎิบัติดี มีลูกศิษย์จำนวนมาก กระทั่งเดินทางไปสอนนั่งสมาธิที่ประเทศมาเลเซีย มีลูกศิษย์เป็นผู้หญิงสาวจำนวนมากมาเรียน และก็ถูกพระเบิร์ดลวนลาม และยังเห็นพระเบิร์ดเอาน้ำมันกัญชาไปใช้ในการนั่งสมาธิให้เคลิบเคลิ้ม
ตนได้เตือนพระว่าไม่สมควรเอาน้ำมันกัญชามาใช้ เพราะประเทศมาเลเซียไม่ได้อนุญาตเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่สมควรนำมาใช้ เพราะเป็นอันตรายกับผู้ที่แพ้กัญชา อาจถึงชีวิต แต่พระเบิร์ดไม่เชื่อ ยังนำไปขายให้ญาติธรรม และนำมันกัญชาไปหยดลงในถังน้ำดื่ม และแท็งก็น้ำอาบจนเด็กสาวที่มาปฎิบัติธรรมมีอาการร้อนทางร่างกายต้องการถอดเสื้อผ้าอย่างเดียว ซึ่งพระเบิร์ดก็โทรศัพท์บอกให้ถอดเสื้อผ้าเคยมีการหยอดน้ำมันกัญชาให้เด็กสาว แล้วพระเบิร์ดเข้าไปในห้องครั้งแรกก็ได้ยินเสียงสนุกสนาน ต่อมาก็กรีดร้องและร้องไห้ ซึ่งตนอยู่ห้องติดกันก็ไม่กล้าเข้าไปดูหรือสอบถาม
แม่ชีอัน เล่าอีกว่า เคยเล่าเรื่องให้พระผู้ใหญ่ฟัง ซึ่งก็ได้กล่าวตักเตือนพระเบิร์ดแล้ว แต่ก็กลับไปทำตัวเหมือนเดิม กระทั่ง น.ส.ปอ ได้นำคลิปที่พระเบิร์ดวิดีโอคอลมาโชว์ร่างกาย โชว์ของลับ และสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง และญาติธรรมจากมาเลเซีย ส่งแชตชักชวนผู้หญิงและภาพภาพลับที่เบิร์ดไปพักโรงแรม รีสอร์ทกับผู้หญิง และขอให้ตนจัดการเรื่องนี้ให้ด้วย
ตนอง และ น.ส.ปอ จึงตัดสินใจเปิดโปงเรื่องนี้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้พระเบิร์ดเอาผ้าเหลืองไปกระทำสิ่งไม่ดี ทำให้พระพุทธศาสนาเสียหาย ไม่ต้องการแจ้งความดำเนินคดี แต่ต้องการให้พระเบิร์ดสึกออกไปจะได้ไม่ไปกระทำกับใครอีก