ตร.คาด แม่ลงมือปาดคอลูกวัย 9 ขวบเสียชีวิต
06 มี.ค. 2566

ความคืบหน้า เหตุ 2 แม่ลูกถูกปาดคอ ลูกวัย 9 ขวบเสียชีวิต แม่สาหัส ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท ให้น้ำหนักในคดีไปทางผู้เป็นแม่ก่อเหตุ เพราะความเครียด แต่ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรม
ข่าว
06 มี.ค. 2566

ความคืบหน้า เหตุ 2 แม่ลูกถูกปาดคอ ลูกวัย 9 ขวบเสียชีวิต แม่สาหัส ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท ให้น้ำหนักในคดีไปทางผู้เป็นแม่ก่อเหตุ เพราะความเครียด แต่ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรม
จากกรณี ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท ได้รับแจ้งเหตุใช้มีดปาดคอ บริเวณบ้านพัก ม.3 ริมถนนสายตรี (พระพุทธบาท-โคกตูม) ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงรายงานให้ผูบังคับบัญชาทราบ แล้วรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บคือ ด.ช.เจษฎา อายุ 9 ขวบ ถูกมีดปาดเข้าที่คอ ส่วนนางอารียา แม่ของ ด.ช.เจษฎา พบนอนหายใจรวยรินอยู่กลางถนนหน้าบ้าน ถูกปาดคอด้วยอาวุธมีดทำครัว ตกอยู่ข้างถนน ญาติเร่งนำตัวทั้ง 2 แม่ลูกส่งยังโรงพยาบาลพระพุทธบาท แต่ ด.ช.เจษฎา ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ส่วนนางอารียา ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลพบุรี เนื่องจากอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา เบื้องต้น ตำรวจได้เรียกคนในบ้านสอบหาปมเหตุ นั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 มีนาคม 2566 พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท เปิดเผยว่า คดีนี้ต้องรอตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ได้สอบปากคำญาติ รวมถึง นายอุดร สามีของนางอารียา ไปแล้ว และนำสามีไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยที่ยังไม่พบความผิดปกติ ซึ่งจากการสอบปากคำได้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น โดยญาติและสามีให้ข้อมูลว่า นางอารียา มีอาการเครียดจากโรครุมเร้า ซึ่งให้น้ำหนักในคดีไปทางผู้เป็นแม่ก่อเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายได้เร่งทำคดีให้อยู่
พ.ต.อ.วีระวุฒิ กล่าวอีกว่า จากกรณีที่แม่ของนางอารียา ได้ให้ข้อมูลว่า ลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ในช่วงค่ำของเมื่อวานนั้น เรื่องนี้ ตนยืนยันว่ายังไม่ได้รับข้อมูลจากโรงพยาบาลที่รักษานางอารียา ว่าเสียชีวิต ซึ่งอาจมีการเข้าใจผิดกับการให้ข้อมูลของแม่ ก็เป็นไปได้ ซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บยังอยู่ในความดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
ญาตินำร่างเด็กชาย วัย 9 ขวบ ตั้งบำเพ็ญกุศล บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
ขณะเดียวกัน วันนี้ (6 มีนาคม 2566) ญาติๆ ได้จัดเตรียมพิธีบำเพ็ญกุศล ด.ช.เจษฎา ที่วัด ใน ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เนื่องจาก นายอุดร ผู้เป็นพ่อ นางลัดดา ย่าของด.ช.เจษฎา และญาติๆ ได้เดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต ซึ่งจะนำศพออกมาช่วงเวลา 12.00 น. และนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมทุกคืน โดยยังไม่กำหนดวันฌาปนกิจ
ส่วนนางอารียา ผู้เป็นแม่ ขณะนี้ยังไม่ได้เสียชีวิต และทางญาติ ได้ลงความเห็นกันว่า ไม่อยากให้อยู่ในอาการที่ทรมาน จึงได้ลงความเห็นกันว่า อยากให้นางอารียา จากไปด้วยอาการที่สงบ เนื่องจากแพทย์ลงความเห็นว่า โอกาสรอดมีเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และหากนางอารียาจากไป ก็จะนำร่างของนางอารียา และด.ช.เจษฎา มาตั้งบำเพ็ญกุศลด้วยกัน เนื่องจาก 2 แม่ลูกมีความรักและผูกพันกันมาก
จากนั้นเวลา 16.00 น. ขณะที่รถกู้ชีพนำร่างของด.ช.เจษฎา มาถึงบริเวณวัด โดยมีนายอุดร และนางลัดดา พร้อมญาติๆ ที่เดินทางไปรับศพ ซึ่งนายอุดร อยู่ในอาการที่เศร้าโศกเสียใจ จนเป็นลมล้มพับ ญาติต้องช่วยกันประคองไปนั่ง และช่วยปฐมพยาบาลให้ จากนั้น ได้นำร่างของด.ช.เจษฎา มาประกอบพิธีรดน้ำศพ และบรรจุในโลงก่อนที่จะมีพิธีสวดอภิธรรมศพในคืนนี้เป็นคืนแรก
จากการสอบถามนายสัมฤทธิ์ ผู้เป็นลุง เล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุ ได้ฟังจากนายอุดร ว่า สงสัยในคำพูดของภรรยาตนเอง เนื่องจากว่า แต่ก่อนไม่เคยที่จะบอกรหัสบัตร และกุญแจตู้ และทองคำที่เก็บไว้ โดยนางอารียา ได้บอกกับนายอุดรจนหมด ว่าสิ่งของต่างๆ และรหัส อะไรบ้าง อยู่ที่ไหน
ช่วงเวลากลางคืนนางอารียา ยังเข้าไปในห้อง และหอมแก้มสามี และลูก ก็ทำให้สงสัย เหมือนเป็นลางสังหรณ์ และยังพูดกับแม่สามีของตัวเองว่า ถ้าหนูไม่อยู่เลี้ยงลูกหนูได้ไหม และช่วงในคืนก่อนเกิดเหตุนายอุดร ยังแอบเห็นว่าเมียของตนเองแอบเขียนอะไรไว้ ซึ่งก็ยังไม่รู้ และตอนนี้พยายามที่จะค้นหาแต่ก็ยังไม่พบ จากการตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีได้หมดไปแล้ว เนื่องจากเอาไปซ่อมรถ คงเหลือแต่ทองคำหนัก 2 บาทอยู่
ด้าน นายลำดวน ปู่ของด.ช.เจษฎา เผยว่าตนเองรู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กๆ เช้า เย็น ต้องไปรับ ส่ง ไปโรงเรียนอยู่ทุกวัน จึงมีความผูกพันกันมาก ด.ช.เจษฎา เป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย แต่มาดื้อ(ตามประสาเด็กตอนโต) ยอมรับว่าคิดถึงมาก ส่วนเรื่องกำหนดการเผาศพ ยังคงต้องรอทางญาติๆก่อน คิดว่าคงจะรอทางแม่ของด.ช.เจษฎา คาดว่าไม่นานน่าจะเสียชีวิต เนื่องจากอยู่ในอาการโคม่า โดยได้ปรึกษากันว่าจะนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลคู่กัน
ส่วน นางจันทร์ แม่ของนางอารียา เล่าว่า ตอนนี้อาการของลูกสาวตนเองยังมีอาการที่ทรงตัวอยู่ ซึ่งอาการโดยรวมมีความหวังเพียง 5 เปอร์ซ็นต์ คิดว่าแพทย์น่าจะให้ค่อยๆหมดลมหายใจไปเอง โดยจะไม่มีการยื้อเอาไว้ ซึ่งเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ลูกสาวของตนเองได้มาพูดว่า "แม่ถ้าหนูไม่อยู่ หนูไม่เอาลูกให้ใครเลี้ยงนะ หนูจะเอาลูกหนูไปทุกที่" ตนเองยังถามกลับไปว่าไปไหน ตนคิดว่าลูกของตนเองจะไปทำบุญ ไหว้พระ ไม่คิดว่าจะไปในทางนี้
ลูกจะเหนื่อยหรือเป็นอะไรก็เคยแสดงออกมาให้เห็น ซึ่งลูกของตนเองเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอุณหภูมิต่ำมาก กินข้าวไม่ได้เหมือนไม่ค่อยจะมีแรง ซึ่งปกติลูกของตนก็ทำงาน และชอบเล่น ติ๊กต๊อก รักสวยรักงาม ขยันขันแข็ง ทำอะไรที่เป็นเงินก็ทำหมด ไม่เคยว่าสามี ไม่เคยด่าลูก
ลูกสาวตนเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไปทำงานอยู่ ไปทำ 3 วัน 4 วันก็หยุดซึ่งหัวหน้าก็ไม่ว่าอะไร น่าจะเกิดจากการท้องานเนื่องจากทำ 2 -3 วันก็หยุด ตนเองคิดว่าลูกสาวตนเป็นคนทำเอง ถ้าเป็นลูกเขยก็ไม่น่าจะใช่ เพราะดูเขาก็รักกันดี
ข่าวล่าสุด