จากการสอบถามนางลัดดา ย่าของด.ช.เจษฎา เด็กที่เสียชีวิต เล่าว่า ตนได้ยินเสียงนายอุดร ลูกชาย เรียกช่วงเวลาประมาณตี 5 ให้มาดูว่า น้องเจษเป็นอะไร ตนจึงได้เข้าไปดูพบว่า หลานมีเลือดไหลเต็มตัว จากนั้นก็เดินตามหาลูกสะใภ้ ภายในบ้าน ว่า ไปไหนทำไมไม่ดูลูก จากนั้น ปู่ ได้ยินเสียรถเบรกอยู่หน้าถนน เอาไฟฉายไปส่องดู และตะโกนบอกว่า มันอยู่นี่ๆ และถามไปว่า มึงเป็นอะไรมานอนอยู่ที่นี่ทำไม ซึ่งพบว่า นางอารียา นอนอยู่กลางถนน จากนั้นก็นำ 2 แม่ ลูกขึ้นรถเพื่อนำไปส่งโรงพยาบาล
นางลัดดา บอกอีกว่า ลูกชายกับลูกสะใภ้ แยกกันนอน เนื่องจากลูกสะใภ้ ไม่สบาย และไอ เป็นภูมิแพ้ จึงให้ลูกชายนอนกับพ่อในห้อง เพราะกลัวว่าลูกจะติด ส่วนแม่นอนนอกห้อง จากการสอบถามลูกชาย ก็ไม่รู้ว่า หลานลุกออกจากห้องมาตอนไหน เพราะลูกชาย บอกว่า ตอนตี 3 ยังนอนกอดลูกยังห่มผ้าให้อยู่เลย
“ทางเข้าบ้านตนก็เข้าได้ทางเดียว ภายในบ้านก็ไม่พบสิ่งผิดปกติไดๆ ในบ้านที่อยู่ก็อยู่กันในเครือญาติ พี่น้องกัน ไม่น่าจะมีใครเข้ามาได้ ตอนนี้ตนเองสันนิษฐานอะไรไม่ได้เลย ซึ่งลูกชายเอาใจเมียมาก ไม่เคยทะเลาะกัน ตอนนี้มืดแปดด้าน สันนิษฐานอะไรไม่ได้เลย” นางลัดดา กล่าว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบประตูบ้านถูกปิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำตัวนายอุดร สามีของผู้บาดเจ็บ พร้อมญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.พระพุทธบาท
สอบถามนายสาย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกับบ้านหลังที่เกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุเช้ามืด ตนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย มารู้ข่าวอีกทีก็เห็นสามีผู้ตาย นำภรรยา และลูกชายส่งโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งตนคิดว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนภายในบ้าน เนื่องจากถ้าเป็นคนภายนอกเข้ามาภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุต้องมีสุนัขเห่าอย่างแน่นอน และไม่ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเหลือ