ต่อมา สามีของผู้เสียหาย วัย 38 ปี ได้ทราบข่าวก็เดินทางมาดูภรรยา โดยบอกว่า ภรรยาขับรถบอกว่าจะไปถ่ายเอกสารแต่กลับหายไปไม่สามารถติดต่อได้ จึงไปแจ้งความไว้ที่สภ.ศรีสมเด็จ เพื่อติดตามหาตัว จนกระทั่ง มีคนแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองร้อยเอ็ด ว่าพบแฟนสาวและรถคันดังกล่าวแล้วตรงจุดเกิดเหตุ จึงรีบมานำตัวแฟนสาว ขึ้นรถของโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการเป็นการด่วน
ซึ่งหลังจากการสอบสวนปากคำเบื้องต้นแล้ว พนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังร้อยเวร สภ.ศรีสมเด็จ ซึ่งเป็นเข้าของคดี ที่สามีแจ้งคนหายไว้ มารับตัวผู้เสียหายไป เพื่อสอบสวนบันทึกปากคำ และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งในเบื้องต้นน่าจะเข้าข่าย ในข้อหาลักพาตัว และข้อหาชิงทรัพย์ ที่จะต้องขายผลติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีต่อไป
ล่าสุด พ.ต.อ.พิชัย จันทรัตน์ ผกก.สภ.ศรีสมเด็จ เปิดเผยความคืบหน้าของคดีนี้ สรุปว่าโป๊ะแตกเป็นเรื่องโอละพ่อ หลังสอบสวนแล้วทราบว่า สาวรายดังกล่าวเอาทองไปขายที่ห้างแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ตำรวจยังจับพิรุธที่เธออ้างว่าไปถ่ายเอกสาร ทำไมต้องโทรไปหาแม่ที่บ้าน ทุก 10 นาที แปลกที่โดนมัดแต่คนร้ายให้โทรบ่อย จนในที่สุด เธอรับสารภาพเมื่อคืนที่ผ่านมา และได้กราบขอโทษพ่อแม่แล้ว
สาวรายดังกล่าวบอกว่า ทุกอย่างทำคนเดียว สามีก็ไม่รู้ โดยขับรถไปคนเดียวไปจอดตรงจุดเกิดเหตุ ใช้ผ้ามัดปาก มัดมือ มัดเท้าตนเอง แล้วทำทีว่าคนร้ายให้ใช้โทรศัพท์ไปบอกแม่ หลังสอบสวนบันทึกในสำนวนแล้ว ได้ปล่อยกลับบ้าน แต่จะเรียกกลับมาแจ้งข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จต่อไป หากไม่มาก็จะออกหมายจับ
สำหรับสาเหตุน่าจะขายทองเอาเงินไปใช้ เพราะปกติ สาวรายนี้ชอบเล่นพนันออนไลน์ จนครอบครัวจับได้ให้เลิก ไม่ให้เล่นโทรศัพท์ จึงลักเอาซิมเบอร์เก่าที่ลงทะเบียนชื่อแฟนมาแอบใช้ แล้วโทรหาแม่ว่าอ้างว่าโดนลักพาตัว เมื่อตำรวจเช็คเบอร์พบว่าเป็นเบอร์เก่าสามี ความจึงแตกว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง แม้แต่กรณีโดนปล้นทองและเงินก็เป็นเรื่องโกหก