ต่อมา ผู้สื่อข่าว ได้เข้าพบ นายอนันต์ ทองอุ่น ท้องถิ่น จ.ตรัง และ น.ส.นาถวดี คงเอี่ยม ผอ.กลุ่มงานการเงินบัญชีและการตรวจสอบ สำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น จ.ตรัง เพื่อสอบถาม และขอข้อมูลในกรณีดังกล่าว โดยนายอนันต์ ให้ข้อมูลว่า ตามหนังสือจากเทศบาลที่ ตง. 53101/394 ลงวันที่ 9 ก.ย. 65 รายงานเข้ามาว่า ได้ตรวจสอบหลักฐานฎีกาเบิกเงิน และหลักฐานการจ่ายเงิน พบว่า มีเหตุน่าสงสัยว่าจะมีปัญหาทางการเงิน และการทุจริตเกิดขึ้น
และรายงานมาเพื่อที่จะขอตัว น.ส.นาถวดี คงเอี่ยม ผอ.กลุ่มงานการเงินบัญชีและการตรวจสอบ สำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น จ.ตรัง เพื่อแต่งตั้งเป็นหนึ่งในกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถของเทศบาลฯ ในเรื่องนี้มีไม่เพียงพอ
ขณะนี้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเทศบาลฯ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมีเงินขาดบัญชีและสูญหายประมาณ 4 - 5 ล้านบาท ซึ่งยอดจริง ๆ ยังไม่มีข้อยุติ
นายอนันต์ ระบุเพิ่มเติมว่า โดยตอนนี้เจ้าตัว หรือผู้ที่กระทำความผิดได้ขาดราชการ และขาดการติดต่อกันไปหลายวัน ซึ่งอยู่ในระหว่างการการสอบสวน เพื่อไล่ออกจากราชการ เนื่องจากผิดวินัยร้ายแรงจากการขาดราชการ หลังจากนี้หากทางท้องถิ่นจังหวัด มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการดำเนินการทางละเมิด ทางอาญา และทางวินัย ทั้ง 3 ฐานความผิด กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และประพฤติมิชอบ เกี่ยวกับเงินของทางราชการทั้งหมด
ซึ่งในเรื่องนี้ สตง. ก็อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเช่นกัน เบื้องต้นกรณีดังกล่าวคาดว่า มีการทุจริตตั้งแต่ปี 61 - 65 หรือกว่า 5 ปีงบประมาณ ซึ่งเป็นฎีกาที่สลับซับซ้อนพอสมควรในการตรวจสอบ ต้องใช้เวลา หลังจากทราบเรื่องก็ได้รายงานไปทาง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และกระทรวงมหาดไทย รับทราบเรื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้าน น.ส.นาถวดี ให้ข้อมูลถึงพฤติการณ์การกระทำผิดของ ผอ.รายดังกล่าวว่า ได้มีการเขียนเช็ค ไม่ขีดฆ่า หรือผู้ถือ แอคเคาท์ เปย์ยี่ โอลี่ (Account Payee Only) ในเช็ค มีการเขียนเว้นระยะห่างในเช็ค เพื่อสามารถให้เติมตัวเลขข้างหน้าได้ และยังสามารถไปเติมตัวเลขหลัง จากผู้มีอำนาจเซ็นเสร็จ ก็จะมาเติมตัวเลขเอาไปเบิกจ่ายในนามของตัวเอง และอีกอย่างก็ยังนำเอาฎีกาเบิกเงินต่าง ๆ กลับมาเวียนเพื่อเบิกอีกครั้งหนึ่ง
โดยเบิกในจำนวนเงินที่น้อย สามารถสั่งจ่ายได้ในนามของ ผอ.กองคลัง และเจ้าหน้าที่การเงินเองได้ และนำฎีกาตัวนี้ มาเติมจำนวนเงินในภายหลังอีก กลายเป็นว่า นำฎีกามาเวียนเบิกจ่ายอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ เพราะของเทศบาลลำภูรา (ขณะนั้น) การควบคุมภายในไม่ดีด้วย เพราะคนที่ทุจริตเป็นคนทำบัญชี และทำบัญชีรวบรัดอยู่ในคน ๆ เดียวกัน จึงยากแก่การตรวจสอบ เพราะไม่ได้มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องทางนายกฯ (ปัจจุบัน) ได้มีการมอบอำนาจให้ทางปลัดเทศบาลฯ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยยอด แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แนะนำให้มีการตรวจสอบ ยอดเงินที่สูญหายให้แน่ชัดก่อน แล้วค่อยดำเนินการเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา
ขณะที่ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามขอข้อมูลและสัมภาษณ์ น.ส.อนิสา วินสน นายกเทศมนตรีตำบลลำภูรา (ปัจจุบัน) แต่กลับได้รับการปฏิเสธ ในการให้ข้อมูลหรือสัมภาษณ์ ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ข่าว : ถนอมศักดิ์ / ธัญยวดี จ.ตรัง