ด้าน นายธรีภัทร์ อินทร์พันธ์ อายุ 48 ปี พ่อน้องไม้ อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.3 บอกว่า ตนจะไม่ยอมจ่ายเงิน 2,000 บาทเด็ดขาด เพราะลูกชายไม่ได้ไปด้วย วันที่ น.ส.กุ้ง เรียกเด็กทั้งหมดไปสอบสวนที่บ้าน ตนก็ไปด้วยจนต้องมีปากเสียงกัน เพราะทำเกินกว่าเหตุ เค้นถามเด็กเหมือนคดีฆ่าคนตาย
สิ่งที่ตนติดใจมากที่สุดคือ ”หมายเรียก” ของตำรวจที่ส่งมาที่บ้าน ระบุชื่อเด็กชัดเจน เด็กอ่านหนังสือออกแล้ว ก็เกิดอาการหวาดผวา กลายเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ยอมรับว่า ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจเด็กเป็นอย่างมาก เพราะเริ่มเหม่อลอย ไม่ยอมไปเล่นเหมือนที่เคยไป
ขณะที่ น.ส.กุ้ง เจ้าของบ้านที่ไปแจ้งความ บอกว่า ตนเองเพิ่งกลับมาอยู่บ้านที่ อ.ประโคนชัย ได้ประมาณ 6 เดือน ยึดอาชีพขายไก่ป๊อป จะออกบ้านตั้งแต่เช้า กลับเข้าบ้านประมาณ 17.00 - 20.00 น.ทุกวัน ที่ผ่านมาตนได้รับความเดือดร้อนเหมือนถูกกลั่นแกล้งมาหลายครั้ง เคยถูกเอาไข่เน่ามาขว้างที่บ้าน เอกสารภายในบ้านถูกรื้อค้น เสียหายหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ถูกเอามาเททิ้งทั่วบริเวณ แต่หาตัวคนทำไม่ได้
ล่าสุดกล้วยน้ำว้าที่ซื้อมาเก็บไว้ในห้องครัว หวังจะเอามากิน หายไปทั้งหวี จนกระทั่งจับเด็กมาสอบ จึงรู้ความจริงทั้งหมด ยอมรับว่า ได้เรียกค่าเสียหายคนละ 3,000 บาทจริง แต่เห็นใจลดให้ 2,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 4 ราย หากไม่จ่ายจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด
ข่าว : เรืองรุจ วังแจ่ม จ.บุรีรัมย์