svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

ภูมิภาค

สหกรณ์ออมทรัพย์ตร.ตรัง วุ่น แจ้งข้อหากันนัว ปมซื้อที่ดินราคาสูงเกินจริง

08 ธันวาคม 2565
739

สหกรณ์ออมทรัพย์ตร.ตรัง วุ่น แจ้งข้อหากันนัว ปมการซื้อที่ดินก่อสร้างอาคารที่ทำการใหม่ ราคาสูงเกินจริง ระหว่าง นายทะเบียนสหกรณ์ กับกรรมการสหกรณ์ฯ

8 ธันวาคม 2565 สืบเนื่องจากการตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ในการจัดซื้อที่ดิน เพื่อจะก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ใกล้ถนนเลี่ยงเมือง ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง เนื้อที่ 3 ไร่ 57 ตารางวา เป็นจำนวนเงินสูงถึง 14.7 ล้านบาท ขณะที่ราคาประเมินทั่วไปเพียง 6,285,000 บาท ส่วนราคาประเมินของสำนักงานที่ดิน จ.ตรัง ทั้งแปลงเพียง 471,375 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงเกินจริง เกือบไร่ละ 5 ล้านบาท และไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบกฎหมายในการจัดซื้อที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีการฟ้องกันไปมา หลังรองนายทะเบียนสหกรณ์ เข้าแจ้งความเอาผิดกรรมการสหกรณ์ว่า ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง ได้แจ้งข้อหากับกรรมการสหกรณ์จำนวน 14 คนแล้ว ส่วนผู้จัดการสหกรณ์ ยังไม่เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์เดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติม


ด้านตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ เดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติม เอาผิดผู้จัดการและกรรมการทั้ง 15 คน ในคดีอาญา กล่าวหา เจตนาทุจริต หลังนายทะเบียนแจ้งข้อหาอ่อนเกินไป โดยนายทะเบียนมองว่าเป็นการบกพร่อง ไม่มีเจตนาทุจริต ประกาศพร้อมเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จะต้องมีการคืนเงินกลับให้สหกรณ์ ขณะที่ผู้บริหารสหกรณ์ฯ ได้เข้าแจ้งความกลับนายทะเบียนสหกรณ์ มาตรา 157 กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างเข้าแจ้งความ

ทั้งนี้ ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองตรัง พนักงานสอบสวนได้เรียกสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำนวน 14 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังนิติกร สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรังได้เดินทางเข้าแจ้งความ กรณีเกิดข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ จัดซื้อที่ดินแพงเกินจริง

พ.ต.ต.รชต มณีรัตน์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง

พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาดำ ผู้กำกับการ สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ได้แจ้งข้อหากรรมการสหกรณ์ตำรวจตรัง ทั้งผู้จัดการและกรรมการสหกรณ์รวม 15 ราย ในข้อหา ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ทั้งนี้ กรรมการรวม 14 คน ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงเหลืออีก 1 ราย ซึ่งเป็นผู้จัดการสหกรณ์ อยู่ระหว่างส่งหมายเรียกให้มารับทราบข้อหา ซึ่งหาไม่มา ก็จะต้องออกหมายจับต่อไป

ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และการเรียกเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นทางรองประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ก็ได้เข้าแจ้งความกลับนายทะเบียนสหกรณ์ด้วย ให้ดำเนินคดีกับนายทะเบียนสหกรณ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 157 ทั้งนี้ คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนมากจะเป็นพยานเอกสารที่ปรากฎอยู่แล้ว แต่จะต้องให้เวลาพนักงานสอบสวนทำงานในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการให้ครอบคลุม ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่ผู้บังคับบัญชาเร่งรัดมา

สมาชิกสหกรณ์ประชุมหารือกัน

โดยกำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่ ส่วนที่ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นตำรวจนั้น ผู้กำกับการยืนยันว่าจะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง ถ้าผู้ใดกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษ ความเป็นจริงคือความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องนี้จะต้องรายงานผู้บังคับบัญชาเป็นระยะๆ

ส่วนกรณีสมาชิกสหกรณ์เข้าแจ้งความเพิ่มเติมเอาผิดกรรมการและผู้จัดการสหกรณ์นั้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนี้เป็นความผิด สมาชิกสหกรณ์ ที่ได้รับความเสียหายสามารถร้องทุกข์ได้ ส่วนจะถึงขั้นการร่วมกันทุจริตหรือไม่ ต้องดูที่พยานหลักฐาน ถึงไหน ก็ถึงนั่น โดยเฉพาะเอกสารจากหลายหน่วย หลายฝ่าย และจำนวนมาก จึงต้องขอเวลาสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ยืนยันจะทำงานตรงไปตรงมา

พ.ต.ต.รชต มณีรัตน์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง

ทางด้าน พ.ต.ต.รชต มณีรัตน์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง กล่าวว่า ล่าสุด ตนเองได้เดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมผู้จัดการและกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ในความผิดคดีอาญา หลังพบว่า ตัวแทนนายทะเบียนสหกรณ์เข้าแจ้งความ ไม่ครอบคลุมข้อกล่าวหา โดยนายทะเบียนมองว่า เป็นข้อบกพร่อง ไม่มีเจตนาทุจริต แต่ตนเองในฐานะสมาชิกมองว่า ตั้งแต่การไม่ตั้งงบประมาณรายจ่าย หรือแม้แต่ราคาประเมินที่ดินก็ไม่ได้นำมาแสดงในที่ประชุมให้สมาชิกทราบในราคาที่ต่างกันประมาณ 7-8 ล้านบาท แล้วก็พูดจูงใจว่า ราคานั้นเหมาะสมแล้ว

โดยนายทะเบียนแจ้งความไม่ครอบคลุมทุกมาตรา ตนจึงได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญาและตามพ.ร.บ.สหกรณ์ในมาตรา 133/5 โดยมองว่าผู้จัดการและกรรมการร่วมกันทุจริตด้วยประการใดๆ ทำให้สหกรณ์เสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ตนเอง ขอฝากไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ช่วยลงมากำกับดูแล เพราะว่าเป็นเรื่องที่สมาชิกหลายคนของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ให้ความสนใจ

นอกจากนั้นส่วนตัวมองว่า ในส่วนของสหกรณ์จังหวัดตรัง พบความไม่ปกติ ตั้งแต่เริ่มมีการร้องเรียน และมีการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานกลาง เช่น สำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์จังหวัดตรัง เข้าทำการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย โดยตนตั้งประเด็นข้อสงสัยไว้ 4 ประเด็น

ซึ่งทางสหกรณ์จังหวัดตรังหรือหรือรองนายทะเบียนไม่ได้หยิบยกขึ้นมากล่าวถึง เช่นผู้จัดการไม่ทำงบประมาณรายจ่ายในการจะซื้อที่ดิน ไม่บอกวิธีการประกวดราคาของที่ดินและแต่งตั้งคณะกรรมการกลางในการจัดหาที่ดิน โดยผิดระเบียบ ว่าด้วยระเบียบพัสดุพ.ศ. 2554 ซึ่งของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ยังไม่ได้แก้ไขให้เป็นปัจจุบัน

ที่ดินปัญหา

ส่วนเรื่องราคาประเมินที่ดิน ที่อ้างว่า จ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ได้รับอนุญาตมาประเมิน แต่ไม่มีผู้ลงนาม ทราบภายหลังว่า มีการประเมินใหม่โดย ลงนามกันในเดือนกรกฎาคม 65 ในราคาประเมิน 7,000,000 บาท ซึ่งรองนายทะเบียนสหกรณ์ไม่ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวนี้มาประกอบ แต่มากล่าวอ้างว่า ให้คณะกรรมการแก้ไขข้อบกพร่อง เรื่องนี้เจตนาหรือไม่ ก็เห็นได้ชัด หลังจากนี้ก็ต้องพิสูจน์กันที่ชั้นศาล ส่วนตัวในฐานะสมาชิกจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะต้องมีการชดใช้ความเสียหายคืนให้กับสหกรณ์ทั้งหมด 14.7 ล้านบาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย เพื่อให้สมาชิกทุกคนจะได้สบายใจ 

ทั้งนี้กรณีที่กรรมการแจ้งความเอาผิดรองนายทะเบียน มาตรา 157 เกิดขึ้น หลังจากรองนายทะเบียนสหกรณ์ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา 1 ชุด ได้ออกคำสั่งให้กรรมการและผู้จัดการแก้ไขข้อบกพร่อง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ในการนำเงินทั้งหมด 14.7 ล้านบาท กลับคืนให้สหกรณ์ฯ แต่กรรมการยังไม่ได้คืนเงิน ทำให้รองนายทะเบียนสหกรณ์ ( สหกรณ์จังหวัด) เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกรรมการ ฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์

ขณะที่กรรมการสหกรณ์ได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองสงขลา เพื่อเพิกถอนคำสั่งของรองนายทะเบียนไว้แล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ทำให้กรรมการสหกรณ์มองว่า ถึงแม้ว่าคณะกรรมการจะฟ้องศาลปกครองแล้ว รองนายทะเบียนก็ยังมาแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการ ในข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งหากรองนายทะเบียนได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมายกำหนด ไม่ละเลย เพิกเฉย เหตุที่กล่าวหาว่าสหกรณ์ซื้อที่ดินแพงเกินจริงคงไม่เกิดขึ้น

ที่ดินปัญหา

กล่าวคือ หลังจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ อนุมัติให้ซื้อที่ดินแล้ว ซึ่งในวันประชุมใหญ่มี ตัวแทนของรองนายทะเบียน จำนวน 5 ท่าน เข้าร่วมประชุมด้วย ไม่ได้คัดค้าน ทักท้วง ใดๆ ในวาระซื้อที่ดิน สหกรณ์ฯได้ส่งรายงานการประชุมใหญ่ ให้รองนายทะเบียนรับทราบ ก็ไม่มีการท้วงติงใดๆ ว่าสหกรณ์ทำผิดระเบียบ ข้อบังคับกฎหมาย จนกระทั่งวันที่ 4 มีนาคม 2565 ได้มีสมาชิกสหกรณ์ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสหกรณ์จังหวัด กล่าวหาว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ซื้อที่ดินราคาแพงเกินกว่าความเป็นจริง

ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2565 สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง ได้ส่งรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้กับรองทะเบียนรับทราบ ตามกฎหมาย ภายใน 1 เดือนหลังจากประชุมใหญ่ รองนายทะเบียนรับทราบ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2565 สหกรณ์จึงได้ทำการโอนที่ดินดังกล่าว วันที่ 25 มีนาคม 2565 รองนายทะเบียนรับทราบ

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว กรรมการสหกรณ์จึงเข้าแจ้งความมาตรา 157 กับรองนายทะเบียนสหกรณ์

คนิตา สีตอง รายงานจากจ.ตรัง