svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

ภูมิภาค

จบจริง หนุ่มใหญ่พาลูกเปิดบัญชีให้อดีตเมียรักโอนเงิน เพื่อยุติแล้วแยกทาง

21 พฤศจิกายน 2565
239

วันนี้น่าจะจบจริง! คดีหนุ่มใหญ่ถูกหวยเมียหอบเงินหนี พาลูกเปิดบัญชีใหม่ให้อดีตเมียรักโอนเงิน เพื่อยุติแล้วแยกทาง ฝ่ายหญิงขอโทษที่ทำให้เรื่องวุ่น สังคมมองเสื่อมเสีย

21 พฤศจิกายน 2565 ความคืบหน้ากรณี นายมะนิช (ขอสงวนนามสกุล) หนุ่มใหญ่ชาวร้อยเอ็ด เผชิญทุกขลาภ หลังถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ได้เงินมา 6 ล้าน และได้โอนเงินรางวัลเข้าบัญชีนางอังคนารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ภรรยาที่อยู่กินมา 26 ปี แต่สุดท้ายถูกเมียรักเชิดเงินหนีกับชายชู้ นั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 
จบดราม่า! ทุกขลาภ รางวัลที่ 1 เมียยอมคืนเงินให้ผัว 1.6 ล้าน แต่ไล่ออกจากบ้าน 
หนุ่มใหญ่ แจ้งเอาผิดเมียหอบเงินรางวัลที่ 1 ไปกับชู้ หลังมั่นใจถูกหลอกแน่
อลเวง เปิดภูมิหลังหนุ่มถูกหวย 6 ล. แต่เมียหอบหนีตามชู้ พบมีผัวอยู่บ้าน 2 คน
ทุกขลาภ หนุ่มถูกรางวัลที่ 1 แต่สุดท้ายเมียหอบเงินหนีกับชู้ 

 

นายมะนิช -  นางอังคนารัตน์

 

ล่าสุด เมื่อช่วงที่ผ่านมา นายมะนิช พร้อมลูกสาวคนเล็ก วัย 11 ปี และนายอัฐพล อายุ 17 ลูกชายคน กลางเดินทางไป ที่ ธนาคาร ธกส. สาขาธงธานี อ.ธวัชบุรี เพื่อที่จะดำเนินการเปิดบัญชี รับเงินโอนตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้กับ นางอังคนารัตน์ ซึ่งขี่รถ จยย. ไปรอที่ ธกส. สาขาดังกล่าว เพื่อเปิดบัญชีให้กับลูกชายและลูกสาว เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีให้ ตามข้อตกลง คือ โอนเงินให้ลูกชาย 5 แสนบาท และลูกสาว 1 ล้านบาท และโอนให้เข้าบัญชี นายมะนิช 1.6 ล้านบาท

เมื่อถึงธนาคาร นางอังคนารัตน์ พยายามต่อรองว่า การเปิดบัญชีของลูกทั้ง 2 คน ตนขอเป็นคนเปิดบัญชีร่วมกับลูก ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งนายมะนิช ผู้เป็นพ่อไม่เห็นชอบ เนื่องจากเห็นว่า ในการที่ผู้เป็นแม่ พยายามจะขอเปิดบัญชีมีชื่อร่วมกับทั้งลูกสาวและลูกชาย เกรงว่าจะถือโอกาส เบิกเงินในส่วนของลูกทั้ง 2 คน ไปใช้นอกวัตถุประสงค์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห่วงการที่แอบมีชายอื่น แล้วหลงแฟนใหม่ให้ใช้เงิน จนไม่เหลือพอส่งลูกเรียนตามที่พ่อต้องการ และจะขอให้ชื่อของตนเอง เป็นชื่อร่วมแทน เนื่องจากไม่ไว้วางใจ ป้องกัน นางอังคนารัตน์ ที่จะแยกทางกัน บังคับลูกเพื่อเบิกเงินนำไปใช้ 
 

 นางอังคนารัตน์

ทั้งนี้เมื่อนายมะนิช คัดค้าน นางอังคนารัตน์ ได้ต่อรองยื่นเงื่อนไขว่า หากจะไม่ให้ตนเองชื่อร่วมในบัญชี ก็ขอเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ จากการที่จะโอนเงินให้สามี 1.6 เหลือ 1.5 ล้าน โดยอ้างว่า เมื่อสามีแยกทางไปแล้ว แต่กำหนดว่า จะเบิกเงินได้หลังจากลูกบรรลุนิติภาวะแล้ว เมื่อตนไม่สามารถที่จะเบิกเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ในช่วงที่ยังไม่ครบกำหนด จะไม่มีเงินใช้สอยจึงจำเป็นต้องขอไว้ 1 แสนบาท เพื่อไว้ใช้จ่ายดูแลช่วงที่อยู่กับลูกในทุกด้าน ตามความจำเป็น

สุดท้าย นายมะนิช ยอมรับในเงื่อนไข นางอังคนารัตน์ จึงได้โอนเงินให้กับนายมะนิช เพียง 1.5 ล้านบาท ตามข้อตกลงที่ขอกันเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากเสร็จสิ้นจากธนาคาร ก็จะเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี เพื่อพบกับ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี เจ้าของสำนวนคดี เพื่อถอนแจ้งความ และยุติเรื่องลงในที่สุด

นางอังคนารัตน์ กล่าวว่า ดีใจที่เรื่องจบ ขอให้ทุกอย่างยุติ และขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย รวมถึงเสื่อมเสียในความรู้สึกของประชาชน ขอให้ประชาชนเปิดโอกาส และทำความเข้าใจกับชีวิตของตน รวมถึงครอบครัว ที่ขัดแย้งไม่เข้าใจกัน ยืนยันว่า ทุกอย่างไม่มีเบื้องหลัง และไม่มีเรื่องของผู้ชายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
 

นายมะนิช และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี เจ้าของสำนวนคดี