นายมะนิช ยินยอมตามข้อตกลงที่ให้ออกจากบ้าน เพื่อให้ลูกได้อยู่กับแม่ และบอกว่าพอใจ ที่ได้เงินกลับมาให้ลูกเรียนหนังสือ เงินส่วนที่ตนเองได้ก็จะเอาไปลงทุนส่วนตัว และจะลงไปหางานทำที่กทม.เพื่อหาอาชีพเลี้ยงตนเอง และยืนยันว่าทุกอย่างทำด้วยความรักเมีย รักครอบครัว ส่วนการจะมีการคืนดีกันหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต หากเมียอภัยให้ ก็จะขอกลับมา
ด้านนางอังคนารัตน์ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวสามีแจ้งความจับก็เลยกลับมาเคลียร์ปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้ไปกับผู้ชาย คนที่มาที่บ้านเป็นแค่คนรู้จักกัน และไม่มีเรื่องชู้สาว ทั้งนี้ตนไม่พอใจสามีชอบดุด่า และก็โดนลูกชายหาเรื่องใส่ จึงหนีไปทำใจ และตั้งใจจะหนีไปเข้าวัดไปเรื่อยเพื่อเอาเงินที่ถูกรางวัลไปทำบุญ จะไปนุ่งขาว ห่มขาว สเดาะเคราะห์ แต่กลับถูกใส่ร้ายและแจ้งจับ หลังจากนี้ตนจะอยู่ที่บ้านกับลูก และ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ อดีตทหารนอกราชการ ที่ตนเองเป็นคนคอยดูแล และยืนยันว่าจะไม่มีชายอื่นอย่างเด็ดขาด
หลังจากการบันทึกลงนามข้อตกลงคืนเงินกันแล้ว ทั้งคู่ยังดราม่าจับมือกันว่า ยังคงคบกันเป็นเพื่อนได้ ไม่ได้โกรธแค้น ทะเลาะกัน ส่วนการที่อาจจะกลับมาคืนดีกันใหม่หรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องอนาคต
ด้าน พ.ต.ท.สมศักดิ์ กล่าวว่า ดีใจที่เรื่องจบลงด้วยดี แต่นายมะนิช ยังไม่มีการถอนแจ้งความ จนกว่าจะมีการเปิดปัญชี โอนเงินทั้งหมดตามที่ตกลงกันแล้ว จึงจะมีการบันทึกถอนแจ้งความในภายหลัง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา ที่อาจจะไม่ทำตามสัญญา ซึ่งหากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะให้บันทึกถอนแจ้งความต่อไป
ขณะที่ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตประเด็นที่นางอังคณารัตน์ อ้างว่ายังเหลือเงิน 3.1 ล้านบาท แต่ไม่ได้นำสมุดบัญชีมาแสดงให้เห็นยอดเงินดังกล่าวด้วย ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าซ่อนไว้ และไม่ได้นำมาด้วย ทำให้ยังไม่มีใครทราบว่าเงินเหลืออยู่จริงหรือไม่ ซึ่งคงต้องรอวันที่ทุกคนเปิดบัญชีใหม่ ว่าจะมีการโอนเงินให้ตามสัญญาหรือไม่ต่อไป
ข่าว : ธวัชชัย กฤตยาวรกุล จ.ร้อยเอ็ด