ญาติระบุว่า เดิมที นายมะนิช เป็นสามี ของนางอังคนารัตน์ อยู่กินกันมา 26 ปี มีลูกชาย 2 คน และลูกสาว 1 คน อยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ต่อมา นางอังคนารัตน์ ได้ขอให้ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ อดีตทหารนอกราชการ มาจดทะเบียนสมรสแทน เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เพื่อที่จะได้เข้ามาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายครอบครัว และเพื่อส่งเสียลูก ๆ เรียนหนังสือ ตามข้อตกลง โดยให้แยกห้องนอนกันของสามี คนละห้องในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร และอยู่กันได้ด้วยความสงบ ไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันแต่อย่างใด
กระทั่งมาเกิดเหตุอื้อฉาวขึ้น หลังจากที่ นายมะนิช ถูกรางวัลที่ 1 และไปรับเงินที่กองสลาก ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ธกส. ของ นางอังคนารัตน์ แล้วจัดงานทำบุญขึ้นในบ้าน เนื่องจากช่วงที่ทำบุญบ้าน จู่ ๆ มีผู้ชาย ที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน ปรากฏตัวมาช่วยงาน และมากินนอนภายในบ้าน เมื่อถามก็อ้างว่า เป็นญาติกับฝ่ายทหาร ถามทางทหารก็บอกว่าไม่รู้จัก เมียก็อ้างว่า เป็นญาติเดินทางมาจากต่างจังหวัด จนกระทั่งงานเสร็จ ทั้งคู่ก็หายตัวไป พร้อมหอบเงินในบัญชี 4 ล้าน 9 แสน 3 หมื่นบาท ไปด้วย ทราบทีหลังว่า ชายคนดังกล่าว เป็นแฟนคนใหม่ของนางอังคนารัตน์ ที่ชอบเล่นโซเชียล ทำให้รู้จักกันคบหากันทางโซเชียล
ในขณะที่ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า เป็นสามีที่จดทะเบียนถูกต้องจริง ด้วยความยินยอมของทั้งนายมะนิช และลูก 3 คน ตนตั้งใจเข้ามาดูแลสวัสดิการทุกอย่างให้กับครอบครัว และส่งเสียลูกเรียนหนังสือ และหากตนเสียชีวิตก็ยินดีมอบเงินบำนาญทั้งหมด เพื่อดูแลนางอังคนารัตน์ และลูก ๆ จึงเป็นที่ยอมรับ แต่คาดไม่ถึงว่า นางอังคนารัตน์ จะแอบมีคนอื่นอีก ซึ่งเมื่อเป็นไปแล้วก็ไม่ว่าอะไร ขออย่างเดียวคือให้กลับมาเซ็นใบหย่าให้ถูกต้อง ตนพร้อมที่จะให้ไปโดยไม่ติดใจอะไร ถ้ามีจะมีคนใหม่ ต้องมาหย่าให้มันจบ เพื่อจะได้ไม่ติดพันกัน และไม่ต้องมาเกี่ยวข้องในฐานะสามี-ภรรยาตามกฎหมายกันอีก
ตนไม่ติดใจเรื่องเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 แต่อย่างใด เพราะตนไม่ต้องการเงินนั้นอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ทุกอย่างจบ ๆ กันไป
ด้าน นายเพ็ญ พี่ชายของนางอังคนารัตน์ และนายสัมฤทธิ์ อาของนางอังคนารัตน์ กล่าวว่า ขอให้กลับมาตกลงกัน โดยต้องการให้นำเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 6 ล้านบาท กลับมาแบ่งกันคนละครึ่ง เพื่อให้สามีคนแรก ไว้ใช้ดูแลลูก ๆ และครอบครัว แล้วค่อยไปอยู่กันแฟนใหม่ ทุกคนก็ยินดีที่จะไม่เอาเรื่องและไม่ติดใจ ขอให้กลับมาตกลงกันให้จบแล้วค่อยไป ทุกคนรับได้
พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัช กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อให้คำแนะนำกับผู้เสียหาย หลังวานนี้ แจ้งว่าจะขออายัดบัญชีของนางอังคนารัตน์ ซึ่งเบื้องต้นตนชี้แจงว่าไม่สามารถอายัดเงินในบัญชีได้ เพราะเป็นชื่อของนางอังคนารัตน์ และไม่มีการจดทะเบียนสมรส จึงแนะนำให้ลงบันทึกเหตุไว้เป็นหลักฐานในเบื้องต้นก่อน แต่เจ้าตัวไม่ประสงค์จะลงบันทึกประจำวัน ไว้แล้วเดินทางกลับ
วันนี้เดินทางมาพบ เพื่อที่จะสอบสวนปากคำเพิ่มเติม ในรายละเอียดของการเกิดเหตุ เพื่อที่จะพิจารณาว่า เข้าข่ายการยักยอกทรัพย์หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายก็จะให้ทำการบันทึกแจ้งความ เพื่อดำเนินการตามขั้นตนของกฎหมาย ไม่กลับไม่พบผู้เสียหาย พบแต่ญาติ จึงได้แจ้งว่า หลังจากเดินทางกลับจาก กทม. ให้เดินทางไปพบที่ สภ.ธวัชบุรี เพื่อหาทางช่วยเหลือทางกฎหมายต่อไป
ข่าว : ธวัชชัย กฤตยาวรกุล จ.ร้อยเอ็ด