ทั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามข้อมูลอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า หญิงคนดังกล่าว เป็นลมหมดสติ อยู่ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ 500 เมตร จึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี
นายอุดมทรัพย์ แก้วทองคำ อายุ 51 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.ศิริพร (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย ระบุว่า ตนคบหากับแฟนสาวมาประมาณ 1 ปี ก่อนหน้าเคยทำงานที่เดียวกัน ซึ่งตัวแฟนสาวเป็นแม่บ้าน แต่ต่อมาได้ลาออกไปดูแลพ่อที่ล้มป่วย และทำนาอยู่ที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
กระทั่งปัจจุบันได้ตั้งครรภ์อ่อน ๆ และเริ่มหมดหน้าเกี่ยวข้าว จึงพยายามหางานทำผ่านไลน์ เป็นงานดูแลผู้สูงอายุ จึงตัดสินใจสมัครหางานทำ และวันนี้ได้เรียกแกร็บให้มารับออกจากบ้าน ที่ย่านคลองสี่ จ.ปทุมธานี เพื่อไปสมัครงานที่ย่านปากเกร็ด
ซึ่งตนก็ได้สังเกตจีพีเอส ระบุพิกัดของแฟนสาว พบมาอยู่ที่บริเวณดินแดง ซึ่งผิดสังเกต จึงได้พยายามติดต่อกลับ จนแฟนสาวบอกว่า รู้สึกกลัว ตนจึงบอกให้รีบออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว แต่ถูกอีกฝ่ายล็อกประตูเอาไว้ ทั้งฝ่ายหญิงยังบอกด้วยว่า มีอาการปวดหัว ก่อนที่สายจะตัดไป
นายอุดมทรัพย์ เผยอีกว่า ต่อมาแฟนสาวได้ส่งคลิป และพิกัดในการขอความช่วยเหลือมาให้ จึงส่งข้อมูลให้กับญาติที่อยู่แถวดินแดง จนได้รับการประสานช่วยเหลือออกมา แต่ก็มาเป็นลมหมดสติ คาดว่า อาจถูกวางยา จากชายคนที่พามากักขัง ซึ่งชายคนนี้ก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เชื่อว่าเป็นบุคคลที่จะไปพบตอนสมัครงานในวันนี้ อีกทั้งชายคนนี้ยังบอกกับญาติว่า มีความสัมพันธ์กับฝ่ายหญิงอีกด้วย
นายเอกภพ เปิดเผยว่า ทางเพจได้รับการประสานจากญาติของ น.ส.ศิริพร ให้ช่วยเหลือ ซึ่งจากการพูดคุยกับนายพงษ์ อ้างว่า รู้จักกับ น.ส.ศิริพรมาสักระยะหนึ่ง ก่อนที่ในวันนี้จะพาหญิงสาว ไปทำงานที่ปากเกร็ด แต่ปรากฎว่า บริษัทปิดทำการ จึงได้พามาที่บ้านของตนชั่วคราว แต่ฝ่ายหญิงไม่อยากอยู่ จึงได้ติดต่อให้ญาติเข้าช่วยเหลือ
กระทั่งญาติไปตะโกนเรียกที่หน้าบ้านหลายครั้ง จนสุดท้ายก็ยอมปล่อยตัวออกมา เบื้องต้นตำรวจ สน.ดินแดงได้คุมตัวนายพงษ์ (นามสมมุติ) มาสอบปากคำที่โรงพัก พร้อมญาติผู้เสียหายแล้ว ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ขณะที่ น.ส.แพรทอง อิ่มสบาย หลานสาวนายอุดมทรัพย์ ระบุว่า น้าสะใภ้มาจาก จ.แม่ฮ่องสอน พักอยู่กับตนได้ 3 วัน ได้หางานดูแลผู้สูงอายุผ่านเฟซบุ๊ก กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ได้นัดหมายนัดกับนายจ้าง ย่าน อ.ปากเกร็ด โดยเรียกแกร็บให้ไปส่ง เมื่อไปถึงนายจ้างได้พาขึ้นรถส่วนตัว เพื่อไปยังบริษัทเซ็นสัญญาจ้าง แต่ระหว่างทางอ้างว่า บริษัทปิดแล้วส่งพามาบ้านที่เกิดเหตุแทน ระหว่างนั้นน้าสะใภ้ได้ติดต่อโทรศัพท์บอกกับญาติเป็นระยะ ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถติดต่อได้หลังจากถึงบ้านที่ดินแดงแล้ว
ภายหลังทราบว่า นายจ้างได้ล๊อกประตูหน้าบ้าน แล้วบอกว่า 1 ทุ่ม จะพาไปส่งที่เดิม แล้วพยายามทำอนาจารหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ฉวยโอกาส ส่งโลเคชั่นให้ ตนจึงประสาน เพจสายไหมต้องรอด ให้ช่วยเหลือ ตอนนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เพราะไม่รู้ว่าไปทำแบบนี้กับใครมาแล้วบ้างหรือไม่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำทั้งสองฝ่าย