น.ส.รัตนาภรณ์ ระบุว่า เคยไปโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยแอดมิทด้วยอาการท้องเสียเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 61 และนอนโรงพยาบาลแค่ 1 คืน และยังพบว่า โรงพยาบาลทำประวัตินอนแอดมิทมากถึง 4 คืน ซึ่งไม่ทราบเหตุผล และขณะนอนโรงพยาบาล ตนใช้สิทธิ์ 2 อย่าง คือ ประกันสังคม กับ ประกันสุขภาพ
"ย้อนไปดูวันที่ 21 มิ.ย. 61 ตอนนั้นอยู่ที่โรงงานของลูกค้า ไปทำงานตามปกติ หลังจากที่เห็นเอกสารก็รู้สึกงง และพอดีเห็นชื่อแพทย์หญิงคนหนึ่งในเอกสาร เลยหาทางติดต่อเพื่อถามที่มาที่ไป เท่าที่คุยทางโทรศัพท์ คุณหมอเปิดคลินิกอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณหมอเขาไม่แน่ใจเรื่องไทม์ไลน์ เพราะตั้งแต่รักษามา ก็ไม่เคยให้เลือดใครถึง 6 ถุง"
น.ส.รัตนาภรณ์ กล่าวว่า เมื่อมีการตรวจสอบ เช็กกันถึงวันที่ 21 มิ.ย. 61 คุณหมอบอกว่า ช่วงนั้นอาจจะยังมีชื่อของเขาอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งเขามาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เพียงเวลาสั้นๆ แต่ตอนนั้นตัวไม่ได้อยู่แล้ว เพราะช่วงปลายเดือน มิ.ย. ดังกล่าว คุณหมอได้ลาเพื่อไปเรียนต่อที่ ม.ขอนแก่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนไปกันใหญ่
ด้าน ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่โรงพยาบาลเอกชนทำข้อมูลไม่ตรงกับประวัติการรักษา ไม่ได้ไปรักษาจริง แต่มีประวัติไปรักษา จึงต้องให้กรมสนับสนุนสุขภาพโครงการสาธารณสุข เข้ามาตรวจสอบ ถ้าพบว่า เป็นเอกสารปลอม ก็มีความผิดทางกฎหมาย ผู้เสียหายมีสิทธิแจ้งความตามกฎหมาย เพื่อเอาผิดกับโรงพยาบาลได้ มีสิทธิร้องเรียนที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ตรวจสอบ และมีสิทธิที่จะเรียกร้องประกันได้ และเขาไปให้เลือด ไม่เกี่ยวข้องกับที่ไปตรวจเจอโรคร้าย บริษัทประกันไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ และต้องรับผิดชอบ ต่อให้ไม่เป็นเวชระเบียนก็ตาม
ข่าว : สุรสิทธิ์ สินประเสริฐ จ.นนทบุรี