นายโอรส กล่าวว่า ความจริงตนเองพยายามป้องกันตัว หากจะยิงให้ตายจริง ๆ ระยะห่างกันแค่เมตรเศษ ทำไมจะยิงไม่ถูก และยิงตั้ง 4 นัด กระสุนยังเหลืออีก 3 นัด จุดประสงค์คือการป้องกันตัว เพราะถ้านายอิศราไม่บุกรุก เข้ามาทำร้ายตนในไร่สับปะรด ก็ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
สำหรับสาเหตุ นายโอรส เล่าว่า มีปัญหากันเรื่องที่ดิน ที่ตนเองปลูกสับปะรดอยู่ ความจริงเป็นที่ดินของนายช้าง ที่ซื้อมาจากครอบครัวของ น.ส.สิริยาลักษณ์ ซึ่งขายให้นายช้างไปแล้ว ตนมาเช่านายช้างปลูกสับปะรดอยู่ ซึ่งนายอิศราไม่พอใจต้องการได้ที่คืน จึงคอยหาเรื่องตนเองมาตลอด ส่วนเรื่องที่ น.ส.สิริยาลักษณ์ บอกว่า ตนไปติดพันจีบมารดาของ น.ส.สิริยาลักษณ์ นั้น ไม่เป็นความจริง ตนช่วยงานศพบิดาของ น.ส.ศิริยาลักษณ์ เพราะเห็นเป็นเครือญาติ และพูดจาหยอกเย้ากันเล่น ไม่ได้คิดทำนองชู้สาว และหลังงานศพเมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยเข้าไปวุ่นวายกับครอบครัวของ น.ส.สิริยาลักษณ์ แต่อย่างใด ขณะ
เดียวกันญาติของนายโอรสก็บอกว่า สาเหตุมาจากการขัดแย้งกันเรื่องที่ดิน จนเป็นที่มาของการขัดแย้งกัน ทั้ง ๆ ความจริงก็เป็นเครือญาติกัน ซึ่งนายอิศรา และ น.ส.สิริยาลักษณ์ เป็นเด็กรุ่นหลัง จึงไม่รู้สาเหตุจริง ๆ ของเรื่องที่ดิน จึงคิดว่า นายโอรสจะครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว และเป็นสาเหตุมาจนถึงการทำร้ายร่างกาย และยิงกันในครั้งนี้ดังกล่าว
ข่าว : พูลศักดิ บุญลอย / ศวพงศ์ บุญลอย จ.ตราด