ขณะเดียวกันที่บ้านของผู้เสียชีวิต ญาติได้นำศพนายสนอง กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน หลังแพทย์ผ่าชันสูตรเสร็จแล้ว โดยมีเพื่อนบ้านเดินทางมาร่วมงานกันตั้งแต่ช่วงเช้า ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ๆ ซึ่งหลายคนยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางผดุงจิตร สินมา อายุ 50 ปี ภรรยานายสนอง กล่าวว่า ปกตินายสนองเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาไพเราะ ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน และงานสังคม ทั้งในหมู่บ้านและวัด จนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน และที่สำคัญ ที่ผ่านมานายสนองกับนายสุขุมผู้ต้องหา ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาท หรือขัดแย้งกันแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังเคยไปมาหาสู่แบบญาติอีกด้วย
วันเกิดเหตุนายสนองได้นำวัวไปเลี้ยงตามปกติ จนถึงช่วงค่ำกำลังจะนำวัวกลับบ้าน แต่ก็มาถูกนายสุขุม ซึ่งทราบภายหลังว่า เสพยาเสพติด มีอาการจิตหลอน ตามมายิงจนเสียชีวิต ทีแรกได้ทราบข่าวก็ตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าสามีจะมีอายุสั้น ตกเป็นเหยื่อของคนที่เป็นทาสยาเสพติด ทั้งนี้ตนและญาติพี่น้องไม่ขออโหสิกรรมให้ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงขั้นเด็ดขาด ได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ให้ตายตกตามกันไป ในส่วนศพของสามีจะตั้งศพสวดอภิธรรมเย็นวันนี้ โดยจะมีพิธีฌาปนกิจที่วัดประจำหมู่บ้านในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.)
ด้านนางสุดใจ สุระเสียง อายุ 58 ปี ชาวบ้านโคกกว้าง กล่าวว่า ที่ผ่านมานายสุขุมมีอาการหลอน คล้ายกับคนเสพยาเสพติด บางวันคุ้มคลั่ง ยิงปืนขู่ฆ่าชาวบ้านอีกหลายครอบครัว ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดผวากันไปทั้งหมู่บ้าน กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าคนจริง ๆ ในครั้งนี้ ซึ่งหลังนายสุขุมถูกตำรวจมาจับตัวไป และนอนอยู่ในห้องขัง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกโล่งอกโล่งใจเป็นอย่างมาก ชาวบ้านไม่ให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว และให้ประกันตัวออกมา ให้ดำเนินคดีถึงขั้นสูงสุด เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่หวาดผวากันต่อไป
ภาพ/ข่าว : จักรพงษ์ ระวิวรรณ จ.กาฬสินธุ์