นายเยพกินี ผู้เสียหาย ยังเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา มีโทรศัพท์ลึกลับโทรมา พร้อมสอบถามว่า หาเงิน crypto ได้หรือยัง ถ้าหาได้เเล้วให้โอนมาให้อีก ไม่เช่นนั้นก็ให้เอาเงินสดที่มีอยู่ไปเปลี่ยนเป็นสกุลเงิน crypto และให้โอนผ่าน Bybit แต่ผู้เสียหายไม่มีจึงไม่ได้โอนไปให้ และเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสมุย เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี และติดตามกลุ่มคนร้ายแก๊งนี้ต่อไป
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 8 ได้หมอบหมายให้ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ แดงไชย สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนภาค 8 พร้อมกำลังตำรวจสืบสวนภาค 8 ลงพื้นที่พร้อมตำรวจสืบสวน สภ.เกาะสมุย ติดตามไล่กล้องวงจรปิดบริเวณร้านกาแฟใน ต.ตลิ่งงาม จุดที่ผู้เสียหายมานั่งดื่มกาแฟ และจุดที่กลุ่มคนร้ายนั่งรถยนต์ตู้สีดำผ่านไปทางถนนแยกสวนผีเสื้อ ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย พบว่ากล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพคนร้ายที่นั่งมากับรถตู้ลงมาจากรถ เป็นชายชาวต่างชาติ 2 คน คนแรกนุ่งกาวเกงขายาว เสื้อสีขาว และอีกหนึ่งเป็นชาย นุ่งกางเกงขาสั้น เสื้อสีดำ โดยมาจอดหน้าบูธแแลกเงิน หลังแลกเงินได้ก็ขึ้นรถตู้และขับไปทาง ต.หน้าเมือง ทั้งยังพบภาพคนร้ายอีกคนขับจักรยานยนต์ สีแดง หน้ารถติดสติกเกอร์รูปตัว M เป็นชายชาวต่างชาติ สวมกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อคอโบโลสีขาว หมวกแก๊ปสีขาว 1 ในกลุ่มคนร้าย
จากการตรวจสอบค้นหาประวัติรถตู้ดังกล่าวที่กลุ่มชายฉกรรจ์ชาวต่างชาติ 4 คนนั่งมา พบว่าน่าจะเดินทางมาจากนอกพื้นที่ คาดว่ามาจาก จ.ชลบุรี ขณะที่จักรยานยนต์สีแดงที่มีชายชาวต่างชาติ 2 คน มาสบทบกับกลุ่มคนร้ายรถตู้ ทางตำรวจได้กระจายติดตามหาเบาะแสร้านรถเช่าที่หน้ารถจักรยานยนต์มีสติกเกอร์ รูปตัว M ส่วนรถตู้คาดว่าออกจากเกาะสมุยไปแล้ว
ทั้งนี้ทางตำรวจสืบสวนภาค 8 ได้ประสานพร้อมนำภาพรถยนต์ตู้ดังกล่าว แจ้งไปยังท้องที่ สภ.ต่าง ๆ ในภาค 8 เพื่อหาเบาะแสคนร้ายมาเฟียกลุ่มนี้แล้ว โดยคาดว่าคนร้ายเป็นแก๊งมาเฟียชาวรัสเซีย
คลิปเหตุการณ์