พระครูโกศลปริยัติวงศ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่พระชาตรีได้เป็นตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสสัดพุทธปัญญาในตอนนั้น มีสาเหตุมาจากพระชาตรีมีความสนิทสนมกับเจ้าอาวาสวัดองค์ก่อนนั้นในฐานะเป็นคนบ้านเดียวกัน จึงได้มาขออาศัยอยู่กับเจ้าอาวาสองค์ จนต่อมาพระชาตรีได้กล่าวหาว่าเจ้าอาวาสวัดองค์นั้นบริหารวัดไม่เหมาะสมจึงไปยุยงญาติโยมให้ทำการขับไล่และปลดออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส จนในที่สุดพระชาตรีก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดแทนในตอนนั้น แต่งหลังจากขึ้นมารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดได้ไม่ถึง 4 เดือนพระชาตรีก็ได้เซ็นอนุมัติใช้จ่ายเงินของวัดไปจำนวน 4 ล้านบาทและไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนได้ โดยอ้างแต่ว่าเบิกเงินตำนวนดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาวัด จนเรื่องไปถึงคณะสงฆ์และมีมติให้ถอดถอนพระชาตรีออกจากตำแหน่งรักษาการในเวลาต่อมาพร้อมกับแต้งความดำเนินคดี จนกระทั่งกลับมาตกเป็นข่าวอีกครั้ง ซึ่งตนในฐานะเจ้าคณะตำบลบางเขน ให้สั่งการให้ทางเจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญารูปปัจจุบันรวบรวมหลักฐานและความคืบหน้าของคดีในการติดตามเงินวัดจำนวนดังกล่าวมารายงานให้ทราบอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับความผิดของพระชาตรีที่พบว่ากระทำผิดกฏระเบียบของทางคณะสงฆ์นั้น เป็นเพราะตามกฎระเบียบแล้ว ตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดนั้น จะมีสิทธิ์เบิกจ่ายเงินของวัดที่ไปรักษาการไม่เกินจำนวน 5 หมื่นบาท หากเบิกจ่ายเงินของวัดเกิน 5 หมื่นบาทจะต้องรายงานให้ทางเจ้าคณะสงฆ์ตำบลรับทราบเพื่อพิจารณาการเบิกเงินของวัดไปใช้จ่ายเสียก่อน แต่ปรากฎว่าพระชาตรีไม่ได้ปฎิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว จนกระทั่งคณะสงฆ์ตำบลเข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่าพระชาตรีได้ทำการเบิกจ่ายเงินของวัดไปถึงจำนวน 4 ล้านบาท และไม่สามารถชี้แจงได้ว่านำเงินที่เบิกไปใช้จ่ายทำอะไร จนกระทั่งถูกทางคณะสงฆ์ตำบลให้รักษาการเจ้าอาวาสองค์ต่อมาเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์