ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 สถาบันกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นทุกวันอาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยในวันอาทิตย์ที่ 5 และ 19 พ.ย. 2566 จะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 12 และ 26 พ.ย. 2566 จะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
ด้าน นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ในการดำเนินโครงการเทศกาลศิลปะกรุงเทพ Colorful Bangkok ซึ่งจัดขึ้นในปีที่แล้ว มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวาระทางศิลปวัฒนธรรม สร้างให้ กทม. เป็นมหานครแห่งศิลปวัฒนธรรม ที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ โดยจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นพบว่า กทม. กลายเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เติบโตมากขึ้น
นายภิมุข กล่าวว่า ในปีนี้ กทม. จึงดำเนินโครงการเทศกาลศิลปะกรุงเทพ Colorful Bangkok 2023 อีกครั้ง ในช่วงปลายปี 2566 โดยยังคงจับมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเปิดพื้นที่สาธารณะ และยกพื้นที่ให้ทุกคนมามีส่วนร่วมในหลายย่านใกล้ตัว ซึ่งกิจกรรม “2 ท่า 2 วัง” จะเป็นกิจกรรมแรกๆ ของ Colorful Bangkok 2023 ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ผู้คน กับมหาวิทยาลัย ผ่านแนวคิด Human, Culture, and Arts for All อันเป็นนโยบายหลักของทั้งสองมหาวิทยาลัย
“กทม. ต้องขอขอบคุณทั้ง 2 มหาวิทยาลัย เปิดพื้นที่สาธารณะให้คนกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ รวมไปถึงนักท่องเที่ยว ได้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ให้แก่ กทม. ถือเป็นความร่วมมือสำคัญที่จะส่งผลดีต่อเมืองในระยะยาวต่อไป และ กทม. ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายภิมุข กล่าว
อนึ่ง กิจกรรม “2 ท่า 2 วัง” Human, Culture, and Arts for All จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5, 12, 19 และ 26 พ.ย. 2566 โดยจัดสลับระหว่าง ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และม.ศิลปากร วังท่าพระ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสวนา การแสดงแสง สี เสียง โขนรามเกียรติ์ แฟชั่นโชว์ ดนตรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอีกมากมาย รวมเป็นหนึ่งเดียวในเทศกาล Colorful Bangkok 2023
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Pages มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันไทยคดีศึกษา มธ., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรุงเทพมหานคร