เนชั่นทีวี

ข่าว

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน

02 พ.ย. 2569 | natthanan_chu

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน ครม.เงา แนะ 5 ข้อเสนอดัดหลัง "มิน อ่อง หล่าย" แก้ปัญหาชายแดน

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน ครม.เงา แนะ 5 ข้อเสนอดัดหลัง "มิน อ่อง หล่าย" แก้ปัญหาชายแดน

KEY

POINTS

  • อัดการทูตเกรงใจ: ทูตพิศาลชี้กรณีระเบิดตกฝั่งไทย ตอกย้ำความล้มเหลวการทูตเกรงใจทหารเมียนมา
  • เสนอ 5 ข้อรอดประเทศ: ชูแก้ปัญหาแรงงาน ผ่อนปรนเอกสาร CI ทบทวนนโยบาย และจับมือมหาอำนาจกดดัน
  • เลิกทูตไร้ศักดิ์ศรี: จี้รัฐบาลเลิกเกรงใจทหารเมียนมา หันทำนโยบายให้เพื่อนบ้านเกรงใจไทยแทน

2 พฤศจิกายน 2569 นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะทีมบริหารพรรคประชาชน ได้ออกมาชี้ถึงกรณีเหตุการณ์ทหารเมียนมาใช้โดรนและเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่กลุ่มชาติพันธุ์ จนทำให้มีกระสุนจากอาวุธหนักตกมายังฝั่งไทย ในพื้นที่อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในฝั่งไทย   

 

นายพิศาล ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนเป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนถึงความล้มเหลวของการทูตแบบ “เกรงใจ” ของไทยที่มีต่อทหารเมียนมา และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่ไร้ความเกรงใจของผู้นำทหารเมียนมาต่อรัฐบาลไทย   

 

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน

 

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน

 

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน

กระสุนตกฝั่งไทยตอกย้ำล้มเหลว! "ทูตพิศาล" อัดรัฐบาลเกรงใจ "ผู้นำทหารเมียนมา" แต่ไร้ผล ทำไทยเสียศักดิ์ศรี-ปชช.เดือดร้อน ครม.เงา แนะ 5 ข้อเสนอดัดหลัง "มิน อ่อง หล่าย" แก้ปัญหาชายแดน   

 

"สื่อมวลชนคงจำได้ว่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ให้การต้อนรับการเยือนของ นายพล มิน อ่อง หล่าย อย่างเป็นทางการและอย่างอบอุ่น ซึ่งผมเคยชี้ไปแล้วว่านั่นคือการทิ้งไพ่ใบสำคัญทางการทูต และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าปัญหาข้ามชาติด้านใดที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจะลดลงเลย เหตุการณ์ทิ้งระเบิดที่ข้ามมาลงฝั่งไทยแสดงให้เห็นว่า ทหารเมียนมาไม่ได้แคร์ไทย เช่นเดียวกับที่ไม่เคยแคร์ต่อฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน" นายพิศาล กล่าว

 

"ครม.เงา" ยื่น 5 ข้อเสนอ ยึดประโยชน์ชาติ ทำการทูตให้เพื่อนบ้านเกรงใจไทย

 

จากปัญหาดังกล่าว ครม.เงา จึงขอเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนใน 5 ประการ  

 

1.ยึดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: ให้รัฐบาลยึดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับจากแรงงานข้ามชาติในภาคการผลิตและการส่งออก แทนที่จะไปยึดผลประโยชน์ของรัฐบาลทหารเมียนมา

 

2.คัดค้านการเก็บภาษีแรงงานผิดหลักการ: แจ้งต่อฝ่ายเมียนมาว่า มาตรการของรัฐบาลเมียนมาที่เรียกเก็บภาษีแรงงานที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยในอัตราร้อยละ 2 ของรายได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับหลัก "กฎหมายระหว่างประเทศ" (ซึ่งระบุให้รัฐเก็บภาษีได้เฉพาะในดินแดนภายใต้อธิปไตยของตน และให้รัฐที่รายได้นั้นเกิดขึ้นเป็นผู้เก็บภาษีเท่านั้น) ทั้งยังขัดต่อความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับเมียนมา ที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545

 

3.จัดระเบียบแรงงานเข้าสู่ระบบ: ดำเนินการนำแรงงานเมียนมาเข้าสู่ระบบของไทยให้ได้มากที่สุด ด้วยการผ่อนปรนชั่วคราวในเรื่องใบแสดงอัตลักษณ์ส่วนบุคคล หรือ ซีไอ (Certificate of Identity: CI) เพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการไทย และลดภาระค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลรัฐอันเกิดจากแรงงานต่างชาตินอกระบบ

 

4.ทบทวนนโยบายปฏิสัมพันธ์: ให้ทบทวนแนวนโยบายการปฏิสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป (Recalibrated Engagement) ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจาก มิน อ่อง หล่าย อ่านเกมออกชัดเจนว่าเป็นเพียง "เหล้าเก่าในขวดใหม่" ที่ผ่านมาเมียนมามีแต่ได้ ขณะที่ไทยมีแต่เสีย รัฐบาลจึงต้องเดินหน้าการทูตอย่างมีศักดิ์ศรีและสง่างาม เพื่อให้เพื่อนบ้านเกิดความเกรงใจไทย แทนที่ไทยจะเป็นฝ่ายไปเกรงใจเขาอยู่ฝ่ายเดียว

  

5.แก้ปัญหาต้นตอร่วมกับมหาอำนาจ: ต้องเน้นการแก้ไขปัญหาที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตกระสุนตก ปัญหายาเสพติด หรือสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ซึ่งมีต้นตอมาจากสงครามอันยืดเยื้อระหว่างทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อย โดยไทยต้องกล้าใช้จุดแข็งของไทยร่วมกับอาเซียน ในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับมหาอำนาจ โดยเฉพาะประเทศจีน เพื่อกดดันให้ มิน อ่อง หล่าย หยุดการทิ้งระเบิดและการฆ่าฟัน แล้วเข้าสู่กระบวนการปรองดองภายในชาติกับชนกลุ่มน้อย ซึ่งแม้อาจต้องใช้เวลา แต่ต้องทำให้ออกมาประสบความสำเร็จ   

นายพิศาล กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยต้องทำการทูตเพื่อทำให้เพื่อนบ้านเกรงใจไทย พร้อมทั้งจัดระเบียบการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในไทยเสียใหม่ เพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยเอง

 

ข่าวล่าสุด